เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น หลายคนมักรู้สึกอารมณ์แปรปรวนลง ซึ่งมักแสดงออกด้วยอาการหงุดหงิด โกรธง่าย ความคิดสับสน พฤติกรรมผิดปกติ ขาดความสนใจในสิ่งต่าง ๆ บ่อยครั้งเกิดความขัดแย้งกับผู้อื่นจากเรื่องเล็กน้อย นักจิตวิทยาเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า "ภาวะเครียดจากอากาศร้อน" โดยเฉพาะเมื่ออุณหภูมิเกิน 35°C และแสงแดดส่องนาน โอกาสเกิดภาวะนี้จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว วิธีการปรับจิตใจเพื่อรักษาสุขภาพจิตให้ดี ป้องกันภาวะเครียดจากอากาศร้อน ควรให้ความสำคัญกับข้อแนะนำต่อไปนี้: ดูแลจิตใจให้สงบ คำพูดโบราณกล่าวว่า "ใจสงบ ธรรมชาติก็เย็น" หนังสือ "เนี่ยจิง" ยังเน้นย้ำว่า ฤดูร้อนควร "ปรับลมหายใจและใจให้สะอาด คงความเย็นเหมือนน้ำแข็งในใจ แม้อากาศร้อน ก็จะลดความร้อนในใจได้ อย่ามองว่าอากาศร้อนแล้วร้อนแท้จริง เพราะจะยิ่งเพิ่มความร้อน" ดังนั้น เมื่ออากาศร้อน ยิ่งต้อง "สงบใจ ปลอบใจ หยุดโกรธ หยุดโกรธ" เมื่อเจอเรื่องไม่พอใจ ควรเรียนรู้การเปลี่ยนอารมณ์เพื่อจัดการอย่างเย็นชา พร้อมทั้งมีอารมณ์ขัน ซึ่งอารมณ์ขันสามารถสร้างความสุข ลดความทุกข์ ลดความขัดแย้ง และผ่อนคลายจิตใจ ทำให้เส้นประสาทที่ตึงเครียดคลายลง ช่วยรักษาอารมณ์ให้ดี ดูแลเรื่องอาหารและกิจวัตรประจำวัน อาหารควรเป็นอาหารเบา ลดการกินไขมัน ดื่มน้ำให้มากเพื่อควบคุมอุณหภูมิร่างกายและปรับการไหลเวียนเลือด ควรกินอาหารและเครื่องดื่มที่ "ลดไฟ" เช่น ผักสด ผลไม้ ชาเขียว เบียร์ กาแฟ ดอกไม้กุหลาบ ดอกไม้เงิน ฯลฯ พร้อมทั้งลดการกินอาหารเผ็ด ลดการดื่มเหล้าแรง งดสูบบุหรี่ ลดการออกไปข้างนอก เพิ่มเวลาพักผ่อน ห้องพักควรระบายอากาศ ซึ่งการระบายอากาศสามารถช่วยลดความร้อนรอบตัวได้ ทำให้รู้สึกเย็น โดยเฉพาะช่วงเช้าเย็นที่อุณหภูมิภายนอกต่ำ ควรเปิดประตู-หน้าต่าง ลดมลพิษทางอากาศ นอนหลับให้เพียงพอ อารมณ์และความเครียดเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด ถ้านอนไม่พอ อารมณ์จะร้อนขึ้น ดังนั้น ฤดูร้อนควรกำหนดตารางนอนหลับอย่างเคร่งครัด ทั่วไปแล้ว เวลาเข้านอนที่ดีที่สุดคือ 22:00–23:00 และตื่นนอนตอน 5:30–6:30 ควรพักผ่อนตอนกลางวัน ประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง
|