วิธีรับประทานอาหารของผู้ที่ทำงานทางปัญญา มื้อเช้า — อาหารมื้อเช้าที่มีไขมันต่ำ น้ำตาลต่ำ มีอาหารสองประเภทที่ไม่ควรกินมาก: ประเภทแรก อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง เพราะมีแป้งและน้ำตาลจำนวนมาก ซึ่งเมื่อเข้าสู่ร่างกายจะสังเคราะห์เป็นเซโรโทนิน ซึ่งมีฤทธิ์ทำให้หลับ ทำให้เซลล์สมองมีพลังงานจำกัด จึงทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานและการเรียนลดลง; ประเภทที่สอง อาหารทอด ทอด ที่มีไขมันสูง เพราะการบริโภคไขมันและคอเลสเตอรอลมากเกินไป ทำให้ย่อยยาก ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองลดลง จึงทำให้สมองขาดออกซิเจน หลักการรับประทานอาหารมื้อเช้าที่ดีควรเน้นอาหารที่มีไขมันต่ำ น้ำตาลต่ำ มื้อเที่ยง — ควรกินโปรตีนให้มาก ควรเน้นอาหารที่มีโปรตีนสูง ควบคู่กับคาร์โบไฮเดรต ถ้ากินแป้ง ข้าว ขนมมากเกินไป บ่าย ๆ จะรู้สึกง่วง ไม่มีแรง งานไม่ตื่นตัว งานวิจัยพบว่า ผู้ที่อายุ 40 ปีขึ้นไป ทั้งชายและหญิง ถ้ากินอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง ภายใน 4 ชั่วโมงหลังมื้ออาหาร ความกระตือรือร้นจะต่ำกว่าผู้ที่กินอาหารที่มีโปรตีนสูงเป็นมื้อเที่ยง ความลับอยู่ที่เนื้อไก่ หมู ปลา ฯลฯ ที่มีโปรตีนสูง ซึ่งมีโปรตีนมาก และสามารถแยกเป็นไทโรซีน ซึ่งเปลี่ยนเป็นสารเคมีที่กระตุ้นสมอง จึงทำให้มีพลังงานมาก มื้อเย็น — ควรกินน้ำตาลสูง โปรตีนต่ำ ตรงข้ามกับมื้อเช้า อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูงควรเป็นอาหารหลัก เพื่อให้คาร์โบไฮเดรตจำนวนมากเข้าสู่ร่างกาย เพิ่มระดับเซโรโทนินในสมอง ทำให้เกิดฤทธิ์สงบ เพื่อเตรียมตัวนอนหลับ ถ้ากินโปรตีนมากเกินไปในมื้อเย็น จะทำให้ร่างกายสูญเสียแคลเซียมมากขึ้น ทั้งสองอย่าง คือ ทำให้สูญเสียแคลเซียมจำนวนมาก ทำให้เกิดภาวะขาดแคลเซียม และทำให้ระดับแคลเซียมในปัสสาวะสูงขึ้น ทำให้เกิดการตกตะกอนกลายเป็นหินในระบบทางเดินปัสสาวะ ทำให้เกิดโรคหินปัสสาวะ
|