ชาชนิดไหนมีฤทธิ์ต้านมะเร็งได้ดี นักวิจัยชาวจีนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาพบว่า ชาหลายประเภทที่ผลิตในจีนสามารถยับยั้งผลกระทบของการก่อให้เกิดมะเร็งจากสารไนโตรซามีนในร่างกายได้ ผลการทดลองพบว่า การดื่มชาเขียว ชาอูหลง ชาดอกไม้ ชาบดอัด ชาแดง สามารถขัดขวางการเกิดสารไนโตรซามีนในร่างกายได้ ผู้ใหญ่ปกติที่ดื่มชาวันละ 1 กรัม ชงน้ำ 150 มิลลิลิตร ชง 3 ครั้ง สามารถขัดขวางการเกิดสารไนโตรซามีนในร่างกายได้บางส่วน หากดื่มชาวันละ 3-5 กรัม น้ำชา จะสามารถขัดขวางการสร้างสารไนโตรซามีนในร่างกายได้สมบูรณ์ ในบรรดาชาหลายชนิด ชาเขียวมีฤทธิ์ต้านมะเร็งได้ดีที่สุด ศาสตราจารย์ชิโกะ อิทาโร แห่งมหาวิทยาลัยชินากะ ประเทศญี่ปุ่น ทำการสำรวจประชากรทั้งหมดในเขตชินากะ พบว่า ประชากรในพื้นที่ตะวันตกมีอัตราการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหารต่ำ มะเร็งที่ตำแหน่งอื่นๆ ก็มีอัตราการตายต่ำเช่นกัน ซึ่งพื้นที่นี้เป็นแหล่งผลิตชาเขียวที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น การทดลองในสัตว์ทดลองก็ได้ผลเหมือนกัน นักวิจัยนำเซลล์มะเร็งไปปลูกในหนูแฮมสเตอร์อายุ 35 วัน จากนั้นทดลองให้ดื่มชา หลัง 20 วัน หนูแฮมสเตอร์ที่ไม่ได้รับสารสกัดจากชา พบว่า น้ำหนักของเนื้องอกคือ 2.04 กรัม แต่หนูแฮมสเตอร์ที่ได้รับสารสกัดจากชาเขียววันละ 1 ครั้ง ต่อเนื่อง 4 วัน ปริมาณ 200, 400, 800 มิลลิกรัมต่อ กิโลกรัม น้ำหนักเนื้องอกคือ 1.85, 1.02, 0.82 กรัม ตามลำดับ ยิ่งเพิ่มปริมาณสารสกัด น้ำหนักเนื้องอกยิ่งลดลง แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ชาเขียวมีฤทธิ์ต้านเนื้องอกได้ นักวิจัยจากสถาบันโภชนาการและสุขอนามัยอาหาร ศูนย์ป้องกันโรคจีน ได้ศึกษาฤทธิ์ต้านมะเร็งของชาแต่ละชนิด พบว่า ชาแต่ละชนิดสามารถขัดขวางการสร้างสาร N-ไนโตรซามีนได้ ค่าเฉลี่ยของการขัดขวางคือ 65% โดยชาแดงคือ 43% ชาเขียวคือ 82% ชาเขียวส่วนใหญ่ขัดขวางได้มากกว่า 85% ศูนย์วิจัยแพทย์จีน ได้ทำการคัดเลือก 180 ชนิดของอาหารเพื่อต้านมะเร็ง พบว่า สารสกัดจากชาเขียวมีฤทธิ์ต้านมะเร็งดีที่สุด สถาบันมะเร็งกว่างซี ศึกษาฤทธิ์ต้านมะเร็งของชาเขียว ชาแดง เห็ดหลินจือ ฮูจีอี้ ถั่วเขียว ลิ่งจี้ พบว่า ชาเขียวให้ผลดีที่สุด
|