ข้อห้ามในการดื่มชา "10 ข้อ" 1. ห้ามดื่มชาขณะท้องว่าง: ตามประเพณีจีนโบราณมีคำพูดว่า "ไม่ดื่มชาขณะท้องว่าง" ดื่มชาขณะท้องว่าง ชาจะเข้าสู่ปอดและม้าม ทำลายระบบย่อยอาหาร ดื่มชาที่มื้ออาหารก่อน ชาจะเจือจางน้ำลายและน้ำย่อย ทำให้ไม่รู้สึกอยากกินอาหาร และลดประสิทธิภาพการดูดซึมโปรตีนของอวัยวะย่อยอาหาร 2. ห้ามดื่มชาที่ทิ้งไว้ทั้งคืน: ชาที่ทิ้งไว้นาน วิตามินจะค่อยๆ สูญเสีย สารคาเฟนอล สารหอมคล้ายไขมันจะถูกออกซิไดซ์และสลายตัว ทำให้น้ำชาเปลี่ยนสี กลิ่นเหม็น สร้างสารที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ วิตามินซี วิตามินพี อะมิโนแอซิด ฯลฯ ที่อยู่ในชาจะลดลงจากการออกซิไดซ์ นอกจากนี้ โปรตีนและน้ำตาลในชาที่เหลือเป็นอาหารของแบคทีเรียและเชื้อรา ชาที่ทิ้งไว้ทั้งคืนจึงง่ายต่อการเกิดเชื้อโรค ทำลายสุขภาพได้ 3. ห้ามดื่มชาเย็น: ชาเย็นมีผลข้างเคียงคือ "หยุดความเย็น สะสมเสมหะ" 4. ห้ามดื่มชาอุ่นเกินไป: ชาที่ร้อนเกินไปจะกระตุ้นลำคอ หลอดอาหาร และกระเพาะอาหารมากขึ้น ดื่มชาอุ่นตลอดเวลา อาจทำให้เกิดโรคในอวัยวะเหล่านี้ได้ แนะนำให้ดื่มชาที่อุ่นไม่เกิน 56 องศาเซลเซียส งานวิจัยของผู้เชี่ยวชาญพบว่า คนที่ดื่มเครื่องดื่มที่ร้อนเกิน 65 องศาเซลเซียสบ่อยๆ มีแนวโน้มได้รับบาดเจ็บที่ผนังกระเพาะอาหารมากกว่า 5. ห้ามดื่มยาพร้อมกับชา: สารแทนนินในชาจะเกิดปฏิกิริยากับส่วนประกอบของยา ทำให้เกิดการตกตะกอน ลดประสิทธิภาพของยา บางครั้งอาจเกิดผลข้างเคียงได้ ยาที่ห้ามดื่มพร้อมกับชา ได้แก่ โซเดียมไบคาร์บอเนต ยาแก้แพ้ ยาแอทโทรพีน ควินิน ซัลเฟตเหล็ก คาร์บอนเนตเหล็ก ซิตรูลีนเหล็ก น้ำตาลที่ผสมยา ไฮดรอกไซด์อะลูมิเนียม ฯลฯ 6. ห้ามชงชาซ้ำเกินไป: สารพิษในปริมาณน้อยในชาจะถูกสกัดออกมาในครั้งชงที่มากกว่า ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อร่างกาย งานวิจัยพบว่า น้ำชาครั้งแรกมีสารสกัดรวม 50% ครั้งที่สอง 30% ครั้งที่สาม 10% ครั้งที่สี่มีเพียง 1%-3% ถ้าชงต่อไป สารพิษจะเริ่มสกัดออกมา 7. ห้ามดื่มชาเสีย: ชาที่อบในกระบวนการผลิตอาจไหม้หรือมีกลิ่นควันแรงจากอุณหภูมิไฟสูงหรือควันถ่านมากเกินไป ถ่านถ่านหรือถ่านถ่านที่เผาไหม้จะปล่อยสาร 3,4-เบนซีนพิเรน ซึ่งสามารถปนเปื้อนชาได้ 3,4-เบนซีนพิเรนเป็นสารก่อมะเร็ง ชาเสียหรือชาที่มีเชื้อราจะมีเชื้อราและพิษหลายชนิด ทำลายร่างกายได้มาก ดื่มชาเสียอาจทำให้เกิดอาการปวดท้อง ท้องเสีย ปวดศีรษะ หรือกระทบชีวิตได้ 8. ห้ามดื่มชาตอนก่อนนอน: สารในชา เช่น คาเฟอีน ทำให้หัวใจเต้นแรง กระตุ้นระบบประสาท กระตุ้นการทำงานของหัวใจ ดื่มชาตอนก่อนนอนอาจทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับได้ 9. ห้ามดื่มชาทันทีหลังอาหาร: สารแทนนินในชาจะรวมกับโปรตีนในอาหาร สร้างโปรตีนแทนนิน ทำให้ตกตะกอน ขัดขวางการดูดซึมโปรตีนของร่างกาย 10. ห้ามดื่มชาเข้มข้น: ชาเข้มข้นมีคาเฟอีน คาเฟอีนสูง กระตุ้นร่างกายมาก อาจทำให้เกิดอาการตื่นตัวเกินไป ปวดหัว นอนไม่หลับ หรืออาจเกิดอาการ "เมาชา"
|