ผักชีมีสารอาหารหลากหลาย และมีบทบาทช่วยลดความดันโลหิต ลดไขมันในเลือด ช่วยขับถ่ายอุจจาระ จึงได้รับความนิยมอย่างมาก
ผักชีแบ่งออกเป็นสองชนิดหลัก ได้แก่ ผักชีน้ำ และ ผักชีแห้ง โดยผักชีน้ำมักปลูกในภาคใต้ ด้วยสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน จึงมีคุณสมบัติในการรับประทานอาหารเสริมที่ต่างกัน หากเลือกรับประทานอย่างเหมาะสม จะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าครึ่งหนึ่ง
งานวิจัยสมัยใหม่พบว่า ผักชีน้ำมีกรดอะมิโนหลายชนิด น้ำมันหอมระเหย สารชีวภาพเอ็นไซม์ สารสกัดจากผักชีน้ำมีผลปกป้องเซลล์ตับ ผู้ป่วยโรคตับอักเสบ หรือตับทำงานผิดปกติควรรับประทานผักชีน้ำเป็นประจำ ผักชีน้ำยังมีสารที่สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดวัณโรค ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันและเพิ่มความสามารถในการต้านโรค ทำให้เชื้อวัณโรคค่อยๆ ลดลงหรือหายไป จึงแนะนำให้ผู้ป่วยวัณโรคบริโภคผักชีน้ำมากขึ้น
ผักชีแห้งมีกรดอินทรีย์ เซลล์ชีวภาพ เซลล์ชีวภาพ น้ำมันหอมระเหย สารชีวภาพเซลล์ชีวภาพมีฤทธิ์ลดความดันโลหิตอย่างชัดเจน สารสกัดจากผักชีแห้งสามารถลดไขมัน (คอเลสเตอรอลรวม คอเลสเตอรอลชนิดต่ำ ไตรกลีเซอไรด์) สารชีวภาพซีลล์ชีวภาพและซีลล์ชีวภาพบีมีฤทธิ์สงบประสาท สารชีวภาพในผักชีแห้งยังสามารถยับยั้งการขยายตัวของกล้ามเนื้อเรียบหลอดเลือด ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจตีบได้
นอกจากนี้ สารชีวภาพในผักชียังมีฤทธิ์ยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งเต้านม มะเร็งไทรอยด์ รวมถึงกระตุ้นการตายของเซลล์มะเร็ง ยับยั้งการสร้างหลอดเลือดของเนื้องอก จึงแนะนำให้ผู้ป่วยที่มีไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ และผู้ป่วยมะเร็งรับประทานผักชีแห้งเป็นประจำ
ควรเตือนให้ทุกคนทราบว่า การรับประทานผักชีมากเกินไปจะยับยั้งการสร้างฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน ทำให้ลดจำนวนสเปิร์ม จึงเรียกผักชีว่า “ฆาตกรของสเปิร์ม” ดังนั้น ผู้ชายหนุ่ม ยิ่งโดยเฉพาะผู้ที่เตรียมจะมีลูกในระยะใกล้นี้ ควรหลีกเลี่ยงผักชีชั่วคราว
|