สมุนไพรพื้นบ้าน
หน้าแรกสมุนไพรพื้นบ้านตำรายาสมุนไพรจีน เพิ่มหน้าเว็บนี้ลงในบุ๊กมาร์ก

เข้าถึงอย่างรวดเร็ว

นี่คือลิงก์ด่วนสำหรับอาการทั่วไป:

ประกาศสำคัญ: สูตรยาบนเว็บไซต์นี้มีไว้สำหรับข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนใช้
7000+
จำนวนสูตรยาทั้งหมด
9
ภาษาที่รองรับ
10
หมวดหมู่
24/7
การเข้าถึง
ค้นหาสูตรยาพื้นบ้านจีน
ค้นหาสูตรยา:
หมวดหมู่สูตรยา:: อายุรกรรม ศัลยกรรม เนื้องอก ผิวหนัง โสตศอนาสิก นรีเวช วิทยาระบบปัสสาวะชาย กุมารเวช สุขภาพ ยาดองเหล้า อื่นๆ

สมุนไพรพื้นบ้าน / ยาจิ้น / / รายการและข้อห้ามในการรับประทานอาหารบำบัดสำหรับหญิงวัยรุ่นก่อนหน้า ดูทั้งหมด ถัดไป

รายการและข้อห้ามในการรับประทานอาหารบำบัดสำหรับหญิงวัยรุ่น

หญิงวัยรุ่นอยู่ในช่วงสำคัญของการเจริญเติบโต ดังนั้น ควรใส่ใจเรื่องโภชนาการดังนี้:
1. หญิงวัยรุ่นต้องการพลังงานมาก ต้องการพลังงานวันละ 2,600–2,700 แคลอรี มากกว่าผู้ใหญ่ แหล่งพลังงานหลักมาจากคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน
แต่บางคนไม่กินข้าวเช้า หรือกินไม่พอ ทำให้พลังงานไม่เพียงพอ ซึ่งส่งผลต่อการเจริญเติบโต ดังนั้น ควรกินข้าวเช้าให้ดี
2. หญิงวัยรุ่นต้องการโปรตีน แร่ธาตุ และน้ำมาก ต้องครบถ้วน ผู้หญิงต้องการโปรตีนวันละ 80–90 กรัม โปรตีนในอาหารต่างชนิดมีองค์ประกอบกรดอะมิโนต่างกัน ดังนั้น ควรกินอาหารหลากหลายชนิด เพื่อให้ได้กรดอะมิโนครบถ้วน ไม่ควรเลือกอาหาร
3. หญิงวัยรุ่นควรหลีกเลี่ยงอาหารบางชนิดในช่วงมีประจำเดือน เพราะอาจทำให้ร่างกายเสียหาย อาหารเหล่านี้แบ่งเป็น 3 ประเภทหลัก:
A. อาหารเย็นจัด: ตามแพทย์จีน คืออาหารเย็น เช่น ลูกพลับ กล้วย บัวบก หอยนางรม หอยเชลล์ หอยทาก อาหารเหล่านี้มีฤทธิ์ขจัดความร้อน ลดไฟในร่างกาย ปกติรับประทานแล้วดี แต่ในช่วงมีประจำเดือน ควรหลีกเลี่ยงหรือกินน้อย เพราะอาจทำให้ปวดประจำเดือน ประจำเดือนไม่สม่ำเสมอ
B. อาหารเผ็ดร้อน: เช่น อบเชย พริกไทย อบเชย พริกไทยดำ อาหารเหล่านี้เป็นเครื่องปรุง ปกติใส่ในอาหารเพื่อเพิ่มรสชาติ แต่ในช่วงมีประจำเดือน ผู้หญิงควรหลีกเลี่ยง เพราะอาจทำให้ปวดประจำเดือน ประจำเดือนออกมากเกินไป
C. อาหารที่ส่งผลต่อสมรรถภาพทางเพศ: หัวบัว หัวบัว แตงกวา ผักคะน้า ผักปวยเล้ง เนื้อกระต่าย สาหร่ายดำ เมล็ดกัญชา
4. หญิงวัยรุ่นควรพักผ่อนหลังรับประทานอาหาร: ถ้ารับประทานอาหารแล้วออกกำลังกายทันที อาจทำให้เลือดไปเลี้ยงลำไส้ลดลง ทำให้ระบบย่อยลดลง อาจเกิดอาการท้องอืด ท้องเสีย หรือปัญหาทางลำไส้ ดังนั้น ควรพักผ่อนหลังรับประทานอาหาร เพื่อให้ลำไส้ได้รับเลือดเพียงพอ ผู้ป่วยโรคกระเพาะ ควรเลิกสูบบุหรี่ เพราะนิโคตินในบุหรี่เปลี่ยนแปลงค่าความเป็นกรด-เบสของน้ำย่อย ทำให้การทำงานของกระเพาะผิดปกติ ทำให้เกิดหรือทำให้อาการแผลในกระเพาะรุนแรงขึ้น

วิธีใช้เว็บไซต์

  1. ป้อนชื่อโรคหรืออาการในช่องค้นหา
  2. คลิกปุ่มค้นหาเพื่อหาสูตรยาที่เกี่ยวข้อง
  3. เรียกดูผลการค้นหา คลิกสูตรยาที่สนใจ
  4. อ่านคำอธิบายรายละเอียดและวิธีใช้สูตรยาอย่างละเอียด
  5. ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้

ค้นหาที่นิยมในสัปดาห์นี้

ติดต่อเรา

หากคุณมีคำถามหรือข้อเสนอแนะ โปรดติดต่อเรา

อีเมล: [email protected]