สมองไม่ได้ใช้งานจะ “เกิดสนิม” แต่หากใช้งานผิดวิธีก็อาจทำให้เกิดปัญหาได้ ดังนั้นจึงต้องใส่ใจเรื่องสุขอนามัยการใช้สมอง 1. ต้องนอนหลับให้เพียงพอ และคุณภาพการนอนหลับต้องดี วัยรุ่นควรนอนหลับอย่างน้อย 8 ชั่วโมงต่อวัน ผู้ใหญ่สามารถกำหนดเวลาตามความเหมาะสมของตนเองได้ เพื่อให้สมองได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ การตื่นดึกเพื่อเรียนหนังสือเป็นเรื่องที่เสียประโยชน์มากสำหรับวัยรุ่น และไม่ควรกระทำโดยผู้ใหญ่ 2. ต้องได้รับสารอาหารเพียงพอ สมองต้องการโปรตีนและกลูโคสเป็นหลัก ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักในการทำงาน ดังนั้นผู้ที่ใช้สมองมากจึงควรบริโภคไข่ ปลา เนื้อสัตว์ ถั่ว ธัญพืช ข้าวโพด เป็นต้นเป็นประจำ 3. ต้องออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มการดูดซึมสารอาหารและออกซิเจนของสมอง ทำให้ประสิทธิภาพของสมองดีขึ้น ในขณะเดียวกัน ร่างกายที่แข็งแรงและมีพลังงานก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของสมองได้ 4. ใช้สมองซ้าย-ขวาสลับกัน สมองซีกซ้ายควบคุมคณิตศาสตร์ ภาษา คำศัพท์ และการคิดแบบวิเคราะห์ ส่วนสมองซีกขวาควบคุมดนตรี ความรู้สึกสัมผัส และกิจกรรมที่ไม่ใช่ภาษา เมื่อใช้สมองซีกซ้ายนานๆ ความเมื่อยล้าจะสะสม วิธีแก้ที่ดีคือให้สมองซีกขวาทำงานแทน ตอนที่รู้สึกเหนื่อยจากการใช้สมอง ควรฟังเพลง ชมงานศิลปะ หรือออกกำลังกาย 5. ต้องพักผ่อนอย่างเหมาะสม อย่าเรียนหนังสือต่อเนื่องเป็นเวลานาน ควรหยุดพักประมาณ 5–10 นาทีทุกๆ ชั่วโมง อย่ารอจนสมองร้อนจัดถึงค่อยพัก พักผ่อนแบบนี้สามารถทำตามแนวทางข้างต้นได้ การ “ยืด-หด” อย่างสมดุล รวมกับการทำงานและพักผ่อนอย่างเหมาะสม ควรส่งเสริมอย่างยิ่ง 6. ต้องระบายอากาศในห้องให้สดชื่น เพื่อให้สมองได้รับออกซิเจนเพียงพอ 7. อย่าเริ่มเรียนทันทีหลังจากทานอาหาร อาหารเข้าสู่กระเพาะแล้วเลือดจะไหลไปที่กระเพาะจำนวนมากเพื่อช่วยในการย่อย ทำให้เลือดที่ส่งไปยังสมองลดลง จึงทำให้สมองง่วงเหงา ประสิทธิภาพการเรียนลดลง 8. อย่าเรียนในสภาพแสงสว่างเกินไปหรือมืดเกินไป แสงที่ไม่เหมาะสมจะกระทบต่อการมองเห็นและสภาวะทางจิตใจ ทำให้สมองทำงานได้ไม่เต็มที่ 9. อย่าเรียนในสภาพอุณหภูมิสูง หลังจากอุณหภูมิเกิน 35℃ สมองจะใช้พลังงานมากขึ้น ทำให้เกิดอาการเมื่อยล้าได้ง่าย 10. อย่าเรียนในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดัง ความดังของเสียงจะทำให้สมาธิหลุด ความสามารถในการจดจำและการคิดวิเคราะห์ลดลง <สมอง>
|