การใช้สมองทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานาน หรือได้รับแรงกดดันทางจิตใจอย่างฉับพลัน หรืออยู่ในภาวะเครียดมานาน หรือหลังจากหิวหรืออิ่มจัด ล้วนนำไปสู่ภาวะสมองเหนื่อยล้า ซึ่งมักแสดงออกด้วยอาการเช่น หัวใจเต้นเร็ว ปวดศีรษะ ปวดศีรษะ นอนไม่หลับ ความจำเสื่อม เป็นต้น เมื่อพบอาการเหล่านี้ ควรหลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้สมองเหนื่อยล้าก่อน จากนั้นจึงทำการนวดเพื่อสุขภาพตนเอง วิธีการมีดังนี้: เลือกท่าที่เหมาะสม ผ่อนคลายร่างกาย หายใจตามธรรมชาติ จินตนาการที่จุดตันเทียน หรือโฟกัสที่ความรู้สึกจากการนวด 1. จุดกดจุด: ใช้นิ้วหรือนิ้วชี้ด้านหลังของนิ้ว นวดจุดต่างๆ ที่กล่าวมา ครั้งละ 30 วินาทีถึง 1 นาที ชินติง: อยู่ที่เส้นกลางศีรษะ ห่างจากเส้นผมด้านหน้า 0.5 ซม. ชางจิ้ง: อยู่ที่เส้นกลางศีรษะ ด้านบนจุดชินติง 0.5 ซม. เป่ยฮุย: อยู่ที่ศีรษะด้านบน จุดตัดระหว่างเส้นที่เชื่อมปลายหูทั้งสองข้างกับเส้นกลางศีรษะด้านหน้า-ด้านหลัง ไทหยาง: อยู่ที่บริเวณโหนกคิ้ว ด้านนอกของมุมตา ห่างออกไปประมาณ 1 ซม. บริเวณที่ลึก เฟิงชี: อยู่ที่ด้านข้างคอ บริเวณใต้กระดูกหูใหญ่ บริเวณที่ลึก เหอเกว: อยู่ที่ช่องระหว่างนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ เมื่อหัวแม่มือและนิ้วชี้แยกออกจากกัน ตำแหน่งประมาณตรงกลางของกระดูกที่สองของมือ เชียนเหมิน: หงายมือ บริเวณที่ลึกใต้เส้นข้อศอกด้านใน 2. การนวดตนเอง: (1) ใช้มือทั้งสองข้างถูมือให้ร้อน แล้วนำมือจากหน้าผาก ผ่านด้านข้างจมูก ลงไปที่ใบหน้า แล้วกลับขึ้นไปที่หน้าผาก ทำท่าถูหน้าในแนวขึ้น-ลง 36 ครั้ง (2) ใช้มือทั้งสองข้างถูหู 36 ครั้ง (3) ใช้มือทั้งสองข้างลูบผมจากด้านหน้าไปด้านหลัง 36 ครั้ง (4) ใช้นิ้วมือทั้งห้าแยกออกจากกัน ลูบจากด้านหน้าไปด้านหลัง ใช้ปลายมือกระทบศีรษะเบาๆ ค่อยๆ เพิ่มแรง แล้วเปลี่ยนเป็นการตีศีรษะด้วยนิ้วมือ 36 ครั้ง (5) ใช้มือทั้งสองข้างปิดหู นิ้วมือวางไว้ที่กระดูกเบ้าตา นิ้วชี้กดทับนิ้วกลาง แล้วดึงนิ้วชี้ลงอย่างรวดเร็ว กระทบกระดูกเบ้าตาด้านหลังหู 36 ครั้ง วิธีนี้เรียกว่า "เสียงกลองฟ้า" (6) ใช้มือทั้งสองข้างไขว้กอดหัว ทำท่าโค้งหลัง 36 ครั้ง (7) ใช้มือทั้งสองข้างถูศีรษะเบาๆ จัดเรียงผมจากด้านหน้าไปด้านหลัง หายใจลึกขึ้นเล็กน้อยและช้าลง ทำซ้ำจนกลับสู่การหายใจปกติ คล้ายการจบการฝึก จึงเรียกว่า "การนวดศีรษะเพื่อจบการฝึก" เทคนิคนี้ไม่เพียงช่วยดึงดูดความสนใจ แต่ยังช่วยปรับปรุงการไหลเวียนเลือดที่ใบหน้า ทำให้ใบหน้าแดงสด สมองแจ่มใส ความจำดีขึ้น
|