ในอดีต คนตะวันตกไม่มีนิสัยการนอนกลางวัน แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผู้คนตะวันตกเริ่ม "เรียนรู้การนอนกลางวัน" เพราะนักวิทยาศาสตร์พบว่า มนุษย์มีจุดพีคการนอนหลับสองช่วงในหนึ่งวัน ช่วงแรกอยู่ที่ 1–2 นาทีของเช้าวันใหม่ ช่วงที่สองอยู่ที่ 1–2 นาทีของกลางวัน ซึ่งเป็นช่วงรอง ถ้าเราหลับตามจังหวะชีวภาพที่เหมาะสม ร่างกายจะรู้สึกสดชื่น สดใส และมีพลังงาน นักวิจัยยังพบจากการทดลองว่า การนอนกลางวัน 30 นาทีต่อวัน สามารถลดความเสี่ยงของโรคหัวใจขาดเลือดได้ 30% การนอนกลางวันในฤดูร้อนสามารถบรรเทาความเหนื่อยล้าจากภาวะเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ ยิ่งผู้สูงอายุ ซึ่งตามธรรมชาติแล้ว ฤดูร้อนมีคืนสั้น กลางวันยาว ผู้สูงอายุตื่นแต่เช้า ทนต่อความร้อนไม่ไหว จึงรู้สึกงงงัน จิตใจไม่แน่นอน แต่การนอนกลางวันสามารถช่วยเติมเต็มช่องว่างนี้ หลังอาหารกลางวัน ลำไส้-กระเพาะอาหารต้องใช้เลือดมากในการย่อยอาหาร ทำให้สมองได้รับเลือดน้อยลง การนอนกลางวันจึงช่วยให้สมองได้พัก ถือเป็นมาตรการสำคัญในการฟื้นฟูเลือดไปเลี้ยงสมอง ดังนั้น ควร "เคารพ" การนอนกลางวัน ไม่ใช่ "ดูถูก" โดยเฉพาะในฤดูร้อนที่ร้อนจัด ช่วงเวลาการนอนกลางวันไม่ควรยาวเกินไป ช่วงที่เหมาะสมคือประมาณ 1 ชั่วโมง หากนอนนานเกินไป หลังตื่นอาจรู้สึกปวดหัว ง่วงซึม หมดแรง งานวิจัยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์เห็นพ้องกันว่า "น้อย" ดีกว่า น้อยที่สุด 15 นาที มากที่สุดไม่เกิน 1 ชั่วโมง ช่วงพักสั้น ๆ นี้ ทำให้สมองที่หมดแรงได้พักผ่อนชั่วคราว แต่ไม่ทำให้รบกวนการนอนตอนกลางคืน หากต้องการนอนกลางวันให้ดี ควรให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม 1. ต้องเงียบ 2. ต้องเย็น ความเงียบหมายถึงห้องเงียบ ใจเงียบ หลีกเลี่ยงสภาพแวดล้อมที่เสียงดัง แต่ไม่ต้องหลีกเลี่ยงเสียงนกหรือเสียงแมลง นี่คือ "ห้องเงียบ" สุนทรพจน์ของเซียนซุนกล่าวว่า "สามารถสงบใจ แล้วหลับตาเอง" "หลับใจก่อนหลับตา" จึงเรียกว่า "ใจเงียบ" หลังกินข้าว อย่ารีบนอนทันที ควรเดินเล่น ขยับร่างกาย นวดท้อง รอจนความอิ่มหายไปก่อนจึงนอนกลางวัน นอกจากนี้ คุณภาพการนอนยังเกี่ยวข้องกับอุณหภูมิ ความชื้น และแสงสว่างในห้องพัก บรรยากาศที่เหมาะสมสามารถช่วยเพิ่มคุณภาพการนอน งานวิจัยทางการแพทย์ด้านอากาศภูมิอากาศสมัยใหม่ระบุว่า อุณหภูมิภายในห้องที่เหมาะสมที่สุดคือ 20–23°C ฤดูร้อนควรอยู่ที่ 25–28°C ความชื้นสัมพัทธ์ 50%–70% ถือเป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการนอนหลับ
|