ความสัมพันธ์ระหว่างการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์กับความดันโลหิตสูง การสูบบุหรี่ทำให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดต่าง ๆ ถือเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก รวมถึงความดันโลหิตสูง งานวิจัยพบว่า หลังจากสูบบุหรี่หนึ่งมวน หัวใจเต้นเพิ่มขึ้น 5-20 ครั้งต่อนาที และความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้น 10-25 มม. ปรอท ในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่ยังไม่ได้รับการรักษา ผู้ที่สูบบุหรี่มีความดันโลหิตสูงและต่ำตลอด 24 ชั่วโมงสูงกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ โดยเฉพาะความดันตอนกลางคืนสูงกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่อย่างชัดเจน ซึ่งความดันตอนกลางคืนที่สูงขึ้นสัมพันธ์โดยตรงกับภาวะหัวใจซ้ายโต หมายความว่า การสูบบุหรี่ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น และมีผลกระทบต่อหัวใจในทางลบ ใบยาสูบมีสารพิษหลายชนิด โดยสารหลักคือ นิโคติน (นิโคติน) ซึ่งกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางและระบบประสาทซิมพาเทติก ทำให้หัวใจเต้นเร็ว และกระตุ้นให้ต่อมหมวกไตปล่อยสารอะดรีนาลีนจำนวนมาก ทำให้หลอดเลือดขนาดเล็กหดตัว ส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้น นิโคตินยังกระตุ้นตัวรับเคมีในหลอดเลือด ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นอย่างสะท้อน ผู้ที่สูบบุหรี่เป็นเวลานานและมากจะส่งเสริมการเกิดหลอดเลือดแดงแข็งตัว ผนังหลอดเลือดขนาดเล็กค่อย ๆ หนาขึ้น ทำให้หลอดเลือดค่อย ๆ แข็งตัว ขณะเดียวกัน ผู้สูบบุหรี่มีปริมาณคาร์บอนมอนอกไซด์ในเลือดเพิ่มขึ้น ทำให้ปริมาณออกซิเจนในเลือดลดลง ทำให้ผนังหลอดเลือดขาดออกซิเจน ทำให้ไขมันสะสมในผนังหลอดเลือดเพิ่มขึ้น ช่วยเร่งการเกิดหลอดเลือดแดงแข็งตัว ดังนั้น คนที่ไม่มีความดันโลหิตสูงควรเลิกสูบบุหรี่เพื่อป้องกันการเกิดความดันโลหิตสูง และผู้ที่มีความดันโลหิตสูงควรเลิกสูบบุหรี่ยิ่งขึ้น งานวิจัยพบว่า การสูบบุหรี่ไม่เพียงแต่ทำลายตนเอง แต่ผู้ที่สูบบุหรี่แบบไม่ตั้งใจก็ได้รับผลกระทบเท่าเทียมกับผู้สูบบุหรี่ ดังนั้น การสูบบุหรี่จึงมีโทษมากกว่าประโยชน์ ในทางตรงข้าม ผลกระทบของแอลกอฮอล์ต่อร่างกายมีความขัดแย้งกันมาก งานวิจัยต่าง ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง บางงานบอกว่าแอลกอฮอล์ทำร้ายร่างกายทั้งหมด บางงานบอกว่าการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณน้อยมีประโยชน์ต่อร่างกาย ข้อโต้แย้งหลากหลาย แต่สิ่งที่แน่นอนคือ การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากแน่นอนว่าเป็นอันตราย แอลกอฮอล์เข้มข้นสูงทำให้หลอดเลือดแดงแข็งตัว ทำให้ความดันโลหิตสูงมากขึ้น แต่การไม่ดื่มแอลกอฮอล์ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย
|