สมุนไพรพื้นบ้าน
หน้าแรกสมุนไพรพื้นบ้านตำรายาสมุนไพรจีน เพิ่มหน้าเว็บนี้ลงในบุ๊กมาร์ก

เข้าถึงอย่างรวดเร็ว

นี่คือลิงก์ด่วนสำหรับอาการทั่วไป:

ประกาศสำคัญ: สูตรยาบนเว็บไซต์นี้มีไว้สำหรับข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนใช้
7000+
จำนวนสูตรยาทั้งหมด
9
ภาษาที่รองรับ
10
หมวดหมู่
24/7
การเข้าถึง
ค้นหาสูตรยาพื้นบ้านจีน
ค้นหาสูตรยา:
หมวดหมู่สูตรยา:: อายุรกรรม ศัลยกรรม เนื้องอก ผิวหนัง โสตศอนาสิก นรีเวช วิทยาระบบปัสสาวะชาย กุมารเวช สุขภาพ ยาดองเหล้า อื่นๆ

สมุนไพรพื้นบ้าน / อื่นๆ / การแพทย์แผนจีน / วิธีกินเปลือกส้มให้ได้ประโยชน์ใหม่ก่อนหน้า ดูทั้งหมด ถัดไป

วิธีกินเปลือกส้มให้ได้ประโยชน์ใหม่

ช่วงเวลานี้เป็นฤดูส้มขายดี ผลไม้ส้มมีเปลือกสีเหลืองสดใส สวยงาม รสชาติเปรี้ยวหวาน จึงได้รับความนิยมจากผู้คน แต่หลังกินส้มแล้ว หลายคนมักทิ้งเปลือกไป ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดาย ความจริงแล้ว เปลือกส้มเป็นยาจีนชื่อว่า "เฉินปี" มีลักษณะอุ่น รสเผ็ด ช่วยขจัดเสมหะ ขจัดความชื้น ทำเป็นอาหารหลากหลาย ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความอยากอาหาร ยังช่วยขจัดอาการท้องอืด คลื่นไส้ ไอ เสมหะมาก ฯลฯ
ต่อไปนี้คือวิธีการทำที่ควรลอง:
ข้าวต้มเปลือกส้มเมื่อต้มข้าวต้ม ใส่ชิ้นเปลือกส้มสะอาดเล็กน้อยก่อนที่ข้าวจะเดือด พอข้าวต้มสุก รสชาติจะหอม ดีต่อการกิน ช่วยเปิดอาหาร ช่วยบรรเทาอาการท้องอืด ไอ หรือเสมหะมาก
น้ำซุปเปลือกส้มเมื่อทำน้ำซุปเนื้อหรือน้ำซุปกระดูก ใส่ชิ้นเปลือกส้ม รสชาติจะอร่อย แถมมีกลิ่นส้มอ่อน ๆ ทำให้รู้สึกไม่เลี่ยงไขมัน
ชาเปลือกส้ม1. ล้างเปลือกส้มให้สะอาด หั่นเป็นเส้น ชิ้น หรือก้อน ใช้ได้ทั้งแบบต้มด้วยน้ำร้อนเพียงอย่างเดียว หรือผสมกับชา ดื่มแล้วรสชาติหอม ช่วยเปิดอาหาร ขจัดลม กระตุ้นจิตใจ
2. ชาเปลือกส้มกับขิงอ่อน ล้างเปลือกส้มให้สะอาด ใช้ Knife ขูดชั้นขาวด้านในออก หั่นเป็นเส้น ขิงอ่อนล้าง หั่นเป็นเส้น ใส่หม้อ 2 ถ้วยน้ำ ต้มไฟแรงจนเดือด แล้วเปลี่ยนเป็นไฟอ่อน ต้มประมาณ 5 นาที ใส่เปลือกส้ม ต้มอีก 20 วินาที แล้วดับไฟ ดื่มเป็นชา ช่วยผ่อนคลายตับ ขจัดความเศร้า บรรเทาอาการปวดท้อง ช่วยบรรเทาอาการปวดท้องจากอารมณ์ไม่ดีในระหว่างตั้งครรภ์
น้ำเหล้าเปลือกส้มล้างเปลือกส้มให้สะอาด ตากแห้ง ใส่ในเหล้าขาว แช่ประมาณ 20 วัน ก็สามารถดื่มได้ น้ำเหล้าเปลือกส้มช่วยขจัดเสมหะ ขจัดความร้อนในปอด หากแช่ยาวขึ้น รสชาติจะดีขึ้น
สลัดเปลือกส้มหลังกินส้ม รวบรวมเปลือกส้มสด ล้างสะอาด แช่ในน้ำสะอาด 2 วัน หั่นเป็นเส้น ใส่ในน้ำตาล หมัก 20 วัน กลายเป็นอาหารทานเล่นที่อร่อย รสชาติหวาน หอม สดชื่น ยังช่วยขจัดแอลกอฮอล์
ก้อนเปลือกส้มล้างเปลือกส้มสดให้สะอาด ตัดส่วนที่เป็นหัวและส่วนที่เสีย ล้าง สะเด็ดน้ำ ใช้ Knife หั่นเป็นชิ้นเล็ก ใส่ในน้ำผึ้งหรือน้ำตาล หมัก 20 วัน ใช้เป็นไส้ขนมปัง ลูกชุบ ฯลฯ รสชาติสดชื่น หวานหอม
เปลือกส้มรสห้ารสล้างเปลือกส้มให้สะอาด แช่ในน้ำสะอาด 1 คืน ตัดหัว หัวที่เสีย หรือที่เน่า บีบออกน้ำ ใส่หม้อต้มน้ำเดือด 30–40 นาที บีบออกน้ำ สะเด็ด หั่นเป็นชิ้นเล็ก 1 ซม. ใช้ 500 กรัมเปลือกส้มเปียก ผสมกับเกลือ 20 กรัม ต้มอีก 30 นาที ยกขึ้น ใช้เกลือที่ยังร้อน โรยผงกานะ 500 กรัม ใช้ผงกานะ 15 กรัม ตากให้แห้ง กลายเป็นเปลือกส้มรสห้ารส รสหวาน เผ็ด เค็ม ขม กลิ่นหอม รสชาติยาวนาน ยังมีผลทางยา
แยมเปลือกส้มแยมเปลือกส้มทำได้ทั้งแบบแห้งและสด ล้างเปลือกส้มให้สะอาด ใส่หม้อ ใส่น้ำ ต้มจนเดือด 2–3 นาที ตักน้ำออก ใส่น้ำใหม่ ต้มอีก 2–3 นาที ทำซ้ำ 3–4 ครั้ง จนเปลือกไม่ขมมาก ใช้มือหรือผ้าบีบให้แห้ง ใช้ Knife บดเป็นผง ละเอียด ถ้ามีเครื่องบด บดให้ละเอียด ใส่เปลือกบดกลับไปในหม้อ ใส่น้ำตาลแดง น้ำตาลขาว น้ำตาลเทียม ตามปริมาณเปลือก ใส่น้ำเล็กน้อย ต้มจนเดือด ต้มด้วยไฟอ่อนจนเป็นเนื้อเหนียว แยมเปลือกส้มก็เสร็จแล้ว
กินส้มบ่อย ๆ ดีต่อหัวใจและหลอดเลือด – ฤดูส้มเริ่มออกผลอีกครั้ง ส้มมีสีสันสดใส รสชาติเปรี้ยวหวาน จึงเป็นผลไม้แสนอร่อยในฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว คุณค่าทางโภชนาการของส้มก็สูงมาก แค่ 1 ลูกก็ตอบสนองความต้องการวิตามินซีของร่างกายในแต่ละวัน ผลไม้ส้มมีสารพืชมากกว่า 170 ชนิด และฟลาโวนอยด์มากกว่า 60 ชนิด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติ สารอาหารในส้มช่วยลดไขมันในเลือด ต้านการแข็งตัวของหลอดเลือด จึงมีประโยชน์ต่อการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด
วิธีกินส้มให้ถูกต้อง
ช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว มีส้มจำนวนมากขาย ผลไม้ส้มสดมีวิตามินซีสูงมาก มากกว่าแอปเปิ้ล ลูกพลับ องุ่น หลายสิบเท่า แต่ปริมาณวิตามินซีในเปลือกส้มสูงกว่าในเนื้อส้ม วิตามินซีช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ยังช่วยปรับโครงสร้างของเซลล์ให้แข็งแรง ผิวหนังเรียบเนียน งานวิจัยทางการแพทย์พบว่า ทานส้มวันละ 1 ลูก สามารถป้องกันการติดเชื้อโรคบางชนิด (โดยเฉพาะมะเร็งช่องปาก มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งกระเพาะอาหาร) ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ โรคอ้วน และโรคเบาหวาน แม้ส้มจะอร่อย แต่ต้องกินอย่างถูกวิธี
อย่าทิ้งเส้นใยส้ม: หลายคนกินส้มแล้วชอบดึงเส้นใยสีขาวที่ห่อรอบเนื้อส้มออกให้หมด แต่การกินแบบนี้ไม่ถูกต้อง สายใยสีขาวที่ห่อรอบเนื้อส้มเรียกว่า "จือลู๋" แพทย์แผนจีนเชื่อว่า จือลู๋มีฤทธิ์ขจัดเส้นเลือด ขจัดเสมหะ ช่วยลม ช่วยเลือด ถือเป็นอาหารบำบัดโรคเรื้อรัง เช่น โรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง โรคหัวใจขาดเลือด ฯลฯ ยังช่วยบรรเทาอาการเจ็บหน้าอก ปวดหลังจากไอเรื้อรัง งานวิจัยทางโภชนาการสมัยใหม่พบว่า จือลู๋มีสารชื่อ "ลูทิน" ลูทินช่วยให้หลอดเลือดมีความยืดหยุ่นและแน่นหนา ลดความเปราะบางของผนังหลอดเลือด ลดการซึมของหลอดเลือด ช่วยป้องกันการเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดสมองในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ป้องกันการเลือดออกที่จอตาในผู้ป่วยเบาหวาน สำหรับผู้ที่มีแนวโน้มเลือดออก ผู้สูงอายุที่มีแนวโน้มหลอดเลือดแข็งตัว ยิ่งกินจือลู๋ยิ่งดี
อย่ากินส้มเกิน 3 ลูกต่อวัน: เพราะร่างกายต้องการวิตามินซีเพียงพอจากส้ม 3 ลูกต่อวัน ถ้ากินมากเกินไป อาจทำลายฟันและช่องปากได้ ทั้งยังมีสารแคโรทีนอยด์ ถ้ากินมากเกินไป ระดับในเลือดจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว สะสมในผิวหนัง ทำให้ผิวหนังบริเวณที่มีไขมันมาก เช่น ฝ่ามือ นิ้วมือ ฝ่าเท้า ร่องจมูก ขอบจมูก กลายเป็นสีเหลืองคล้ายอาการตับอักเสบ โรคที่เรียกว่า "โรคแคโรทีนอยด์เลือด" ซึ่งเกิดจากการกินส้มมากเกินไป ทำให้เลือดมีแคโรทีนอยด์สูง ตับไม่สามารถแปลงแคโรทีนอยด์เป็นวิตามินเอได้ทัน ทำให้ระดับแคโรทีนอยด์ในผิวหนังสูงขึ้น
อย่ากินส้มกับผักกาดขาว: หลังกินผักกาดขาว อย่ากินส้มทันที เพราะผักกาดขาวมีเอนไซม์มาก ถ้ารับประทานเข้าไป จะสร้างสารซัลฟูริค ซัลฟูริคในกระบวนการเผาผลาญจะกลายเป็นสารยับยั้งต่อมไทรอยด์ ซึ่งจะขัดขวางการดูดซึมไอโอดีนของต่อมไทรอยด์ ทำให้การสร้างฮอร์โมนไทรอยด์ลดลง ส้มมีสารฟลาโวนอยด์ ซึ่งถูกแบคทีเรียในลำไส้ย่อยสลายกลายเป็นไฮดรอกซีเบนซีนและอาเวอรีน ซึ่งช่วยเพิ่มฤทธิ์ของซัลฟูริค ดังนั้น ถ้ากินทั้งสองอย่างบ่อย ๆ จะทำให้เกิดภาวะต่อมไทรอยด์โต หรือทำให้เกิดโรคต่อมไทรอยด์ได้ นอกเหนือจากผักกาดขาว ยังไม่ควรกินส้มกับนม เพราะส้มมีกรด ทำให้โปรตีนในนมแข็งตัว ไม่ดูดซึมได้ดี อาจทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเสีย ปวดท้อง ฯลฯ ดังนั้น ควรกินส้มหลังจากดื่มนม 1 ชั่วโมง
เตือนเพิ่มเติม
ระวังการดื่มชาจากเปลือกส้ม
เปลือกส้มเป็นสิ่งดี ถือเป็นยาจีน ใช้ในครัวเรือนเป็นเครื่องปรุงรส ทางเภสัชวิทยา ช่วยขจัดลม กระตุ้นกระเพาะ ขจัดเสมหะ หยุดคลื่นไส้ ไม่มีผลเสียใด ๆ แต่เพราะเปลือกส้มมีประโยชน์ หาได้ง่าย ราคาถูก จึงทำให้บางคนชอบดื่มชาจากเปลือกส้ม แต่การดื่มแบบนี้อันตรายมาก?
ไม่ใช่เพราะเปลือกส้มไม่ดี แต่เพราะส้มในช่วงเติบโตมักเกิดศัตรูพืช ชาวสวนมักใช้ยาฆ่าแมลง ทำให้เปลือกส้มมีสารพิษติดอยู่ ซึ่งล้างไม่ออก ถ้าดื่มเป็นชา อาจทำให้เกิดอันตราย อาการเบื้องต้นคือคลื่นไส้ อาเจียน รุนแรงอาจถึงขั้นเสียชีวิต ยิ่งไปกว่านั้น ส้มในช่วงการขนส่งมักถูกแช่ในสารกันบูดหรือพ่นสารกันบูดเพื่อคงความสด ซึ่งทำให้เนื้อส้มสด แต่เปลือกส้มถูกปนเปื้อนสารพิษอย่างรุนแรง
ดังนั้น อย่าดื่มชาจากเปลือกส้มโดยตรงโดยไม่ผ่านการต้มหรือปรุงใด ๆ

วิธีใช้เว็บไซต์

  1. ป้อนชื่อโรคหรืออาการในช่องค้นหา
  2. คลิกปุ่มค้นหาเพื่อหาสูตรยาที่เกี่ยวข้อง
  3. เรียกดูผลการค้นหา คลิกสูตรยาที่สนใจ
  4. อ่านคำอธิบายรายละเอียดและวิธีใช้สูตรยาอย่างละเอียด
  5. ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้

ค้นหาที่นิยมในสัปดาห์นี้

ติดต่อเรา

หากคุณมีคำถามหรือข้อเสนอแนะ โปรดติดต่อเรา

อีเมล: [email protected]