ในยุคที่มีการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์และระบบอัตโนมัติในการทำงานมากขึ้น ผู้คนใช้เวลาอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์นานขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ความจำเสื่อมกลายเป็นปัญหาที่พบได้ทั่วไป แต่หากใส่ใจเรื่องอาหารตั้งแต่เนิ่นๆ ก็สามารถปรับปรุงการทำงานของความจำ เพิ่มความสามารถในการตอบสนอง และป้องกันภาวะความจำเสื่อมได้ 1. ควรรับประทานอาหารที่มีโคลีนมาก เช่น ปลา เนื้อสัตว์ติดมัน ไข่ (โดยเฉพาะไข่แดง) ซึ่งมีโคลีนสูง เพราะสมองมนุษย์มีอะซีติลโคลีนจำนวนมาก ผู้ที่มีอาการความจำเสื่อมจะมีระดับอะซีติลโคลีนในสมองลดลงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ การเสริมอะซีติลโคลีนจึงเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการปรับปรุงความจำ 2. ควรเสริมฟอสโฟลิปิด ฟอสโฟลิปิดช่วยเพิ่มพลังงานของสมอง ชะลอการแก่ของเซลล์สมอง และมีประโยชน์ต่อตับ ลดไขมันในเลือด ป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง ไข่แดง ถั่วเหลือง และผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองมีฟอสโฟลิปิดสูง ควรรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ 3. ควรรับประทานอาหารที่มีฤทธิ์เป็นเบสและมีวิตามินสูง อาหารที่มีฤทธิ์เป็นเบสช่วยปรับปรุงการทำงานของสมอง ได้แก่ โจ๊กถั่วเหลือง ถั่วฝักยาว ผักกาดขาว หัวไชเท้า บัวหัว นม ผักกาดขาว ผักคะน้า แครอท มันเทศ องุ่น เป็นต้น ผักผลไม้สด เช่น พริกหยวก ดอกเข็ม ผักชีฝรั่ง ราสเบอร์รี่ มะนาว กล้วยหอม มีวิตามินสูงมาก 4. ควรเสริมอาหารที่มีแมกนีเซียม แมกนีเซียมช่วยให้ไรโบซอม รีโบซอม นำเข้าสู่สมอง ซึ่งเป็นสารสำคัญที่ช่วยรักษาความจำของสมอง ถั่ว ข้าวบาร์เลย์ ถั่วเปลือกแข็ง และเมล็ดข้าวสาลีมีแมกนีเซียมสูง 5. ควรรับประทานอาหารบำรุงเช่น โสม โกจิเบอร์รี่ ถั่วฮูเหวิน ลูกเดือย ปลาไหล หรืออาหารเสริมชนิดอื่นๆ ที่มีคุณสมบัติเสริมกำลังกาย 6. ควรรับประทานอาหารที่มีไข่แดงฟอสโฟลิปิด ไขมันไม่อิ่มตัวโอเมก้า-3 วิตามินอี และวิตามินและแร่ธาตุอื่นๆ ฟอสโฟลิปิดเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อสมอง ช่วยเพิ่มความจำและความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ไข่แดงฟอสโฟลิปิดมีอัตราการดูดซึมสูงกว่าฟอสโฟลิปิดชนิดอื่นหลายเท่า Ω-3 ไขมันไม่อิ่มตัวมีผลช่วยชะลอการแก่ของสมอง เพิ่มความจำ ลดระดับไตรกลีเซอไรด์และคอเลสเตอรอลในเลือด ปรับปรุงความยืดหยุ่นของหลอดเลือด และป้องกันความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดแข็งตัว และโรคหัวใจขาดเลือด วิตามินอีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่รู้จักกันดีว่าช่วยชะลอวัย ช่วยชะลอกระบวนการแก่ของร่างกาย
|