เดิมทีรู้แค่ว่าการกินผลไม้ดีต่อร่างกาย จึงมักซื้อผลไม้จากตลาดกลับมาแล้วกินอย่างไม่คิด ไม่สนใจว่าจะได้รับวิตามินเอบีซีดีต่างๆ หรือไม่ แต่แพทย์กลับเตือนว่า ผู้คนแต่ละคนมีลักษณะร่างกายที่แตกต่างกัน ควรเลือกผลไม้ที่เหมาะสมกับลักษณะร่างกายของตนเอง ทางตะวันตก: ผลไม้ไม่ควรกินเย็นๆ ดร.หยางหนาน โรงพยาบาลทหารชั้นที่สามกรุงปักกิ่ง กล่าวว่า ฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนในปักกิ่งมาเร็ว หลายคนจึงเชื่อว่า การกินผลไม้สดช่วยเติมพลังงานได้ดี โดยเฉพาะผู้หญิงที่ใส่ใจเรื่องความงาม ยิ่งเชื่อว่าหากกินผลไม้เป็นอาหารหลักทุกวัน จะลดน้ำหนักได้และดูแลผิวพรรณได้ด้วย แต่ดร.หยางชี้ว่า ผลไม้ไม่ใช่ยิ่งกินมากเท่าไรก็ยิ่งดี ควรกินผลไม้ให้ถูกวิธีและมีเหตุผล คำแนะนำทางตะวันตก: 1. ผู้ที่มีกรดในกระเพาะต่ำ ไม่ควรกินผลไม้ เช่น ลิ้นจี่ ทุเรียน มะนาว เป็นต้น 2. ผู้ที่มีอาการท้องผูกบ่อยครั้ง ควรกินผลไม้ชนิดที่ช่วยคลายท้อง เช่น ลูกพีช กล้วย ส้ม เป็นต้น 3. หลายคนชอบเก็บผลไม้แช่เย็นก่อนกิน แม้ว่ารสชาติจะอร่อยขึ้น แต่ผลไม้เย็นจัดอาจกระตุ้นลำไส้ ทำให้เกิดอาการย่อยไม่ดี โดยเฉพาะผู้ที่มีกระเพาะเย็นหรือมีภาวะกระเพาะอักเสบระดับเบา ทางจีน: ผลไม้แบ่งตามความร้อนและความเย็น ดร.หวังจื่อหมิง โรงพยาบาลทหารชั้นที่สามกรุงปักกิ่ง กล่าวว่า ตามแนวคิด "ลักษณะร่างกาย" ของแพทย์แผนจีน ร่างกายมนุษย์แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ร้อน เย็น และสมดุล ขณะเดียวกันผลไม้ก็มีลักษณะความร้อนและความเย็นเช่นกัน หากกินไม่เหมาะสมหรือกินมากเกินไป ก็อาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้ คำแนะนำทางจีน: 1. ผู้ที่มีร่างกายเย็น ได้แก่ กลัวหนาว หนาวสั่น หูร้อน ท้องเสียบ่อย ควรเลือกกินผลไม้ที่มีลักษณะอบอุ่น เช่น ลูกตาล ลิ้นจี่ ถั่วเนื้อ หม่อน ลูกพีช ส้ม ลูกเชอร์รี่ อัลมอนด์ ทุเรียน ทับทิม มะพร้าว ลูกเดือย ถั่วเหลือง ลูกพลับ ลูกแพร์ เป็นต้น 2. ผู้ที่มีลักษณะร่างกายร้อน (มักมีใบหน้าแดง ปากแผล ปากแห้ง เหงื่อออกมาก ลิ้นแห้ง ท้องผูก ชอบดื่มของเย็น หงุดหงิดง่าย โกรธง่าย) ควรกินผลไม้ที่มีลักษณะเย็น เช่น แตงกวา ลูกแพร์ แตงโม กล้วย มะนาว ลูกพลับ ลูกมะม่วง น้ำตาล แตงกวาหวาน ลูกพลับ ลูกบัว ลูกสตรอเบอร์รี่ น้ำส้ม ลูกบัวสด ลูกบัวต้ม เป็นต้น เพื่อช่วยลดความร้อนในร่างกาย 3. ผู้ที่มีลักษณะร่างกายสมดุลสามารถเลือกผลไม้ได้หลากหลาย แต่ผลไม้ที่เหมาะที่สุดคือ ลองกอง น้ำตาล เป็นต้น
|