ผู้ป่วยโรคเกาต์ควรระวังเรื่องอาหารอย่างไร? อาการของโรคเกาต์มักเกิดจากการกินจุกจิก อาหารรสจัดมักมีสารพิวรีนสูง พิวรีนสูงสุดเมื่อถูกย่อยจะกลายเป็นกรดยูริกในเลือดสูง ดังนั้น การควบคุมอาหารจึงเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันการกำเริบของโรคเกาต์ ผู้ป่วยโรคเกาต์ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีพิวรีนสูง ลดอาหารพิวรีนปานกลาง ซึ่งจะช่วยลดระดับกรดยูริกในเลือด ป้องกันการเกิดผลึกกรดยูริก ทำให้เนื้อเยื่อข้อไม่ถูกทำลาย อาหารแบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ พิวรีนสูง พิวรีนปานกลาง และพิวรีนต่ำ อาหารที่มีพิวรีนน้อยกว่า 50 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม ได้แก่: ข้าวกล้อง: ข้าว แป้งสาลี ข้าวฟ่าง ข้าวโพด มันเทศ มันฝรั่ง บะหมี่ แอนด์สปาเก็ตตี้; ไข่: ไข่ไก่ ไข่เป็ด ไข่ต้ม; นม: นม ชีส ไอศกรีม; เครื่องดื่ม: น้ำอัดลม ช็อกโกแลต คาเฟอีน กาแฟ นมข้าว น้ำผลไม้ ชา น้ำผึ้ง วุ้น และผลไม้ ผัก ไขมันทั้งหมด; อาหารที่มีพิวรีน 50-150 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม ได้แก่: เนื้อสัตว์: ไก่ หมู วัว เบ็ด ปลา หอย ปู; ถั่ว: ถั่วเขียว ถั่วเหลือง ถั่วแดง ถั่วฝัก ถั่วเขียว ถั่วฝัก ถั่วเหลือง ถั่วต้ม ถั่วทอด หัวเป๋าฮื้อ ดอกไม้จิ๋ว หูฉลาม ถั่วเหลือง ถั่วพิสตาชิโอ งา; อาหารที่มีพิวรีน 150-500 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม ได้แก่: ยอดถั่ว ถั่วเขียวอ่อน หัวหอม ดอกกะหล่ำ สาหร่าย หัวเป๋าฮื้อ ปลาแซลมอน ปลาฉลาม ปลาคัดด์ ปลาหมึก ตับสัตว์ ไต ลำไส้ หอยนางรม หอยแมลงภู่ ปลาทูน่า หอยเชลล์ ปลาทูน่า น้ำซุปไก่ น้ำซุปเนื้อ; อาหารที่มีพิวรีนมากกว่า 500 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม: ปลาแห้ง ผิวปลาแซลมอน ยีสต์ ฯลฯ
|