การจัดสรรอย่างเหมาะสม การกินอาหารชนิดเดียวไม่สามารถรักษาสุขภาพร่างกายได้ เพราะสารอาหารจำเป็นบางชนิด เช่น กรดไขมันจำเป็น อะมิโนแอซิด และวิตามินบางชนิด ไม่สามารถสร้างขึ้นในร่างกายจากสารอื่นได้ ต้องได้รับจากอาหารโดยตรง แต่ในธรรมชาติ ไม่มีอาหารชนิดใดที่มีสารอาหารทุกชนิดที่ร่างกายต้องการ ดังนั้น เพื่อรักษาสุขภาพร่างกาย ต้องจัดสรรอาหารหลากหลายชนิดมาทานร่วมกัน ชาวจีนรู้จักเรื่องนี้มานานแล้ว 《ฮวงตี้เน่ยจิง》กล่าวว่า "ธัญพืชเป็นอาหารหลัก ผลไม้เป็นอาหารเสริม อาหารสัตว์เป็นประโยชน์ ผักเป็นเติมเต็ม รสชาติผสมกันแล้วกิน เพื่อเสริมพลังงานและสุขภาพ" "ธัญพืช สัตว์ ผลไม้ ผัก ควรกินให้ครบ" ซึ่งสรุปภาพรวมของธัญพืช อาหารสัตว์ ผัก ผลไม้ ซึ่งเป็นเนื้อหาหลักของอาหาร และชี้ให้เห็นว่า อาหารเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการเสริมพลังงานและสุขภาพ จึงควรเลือกใช้ตามความต้องการ ตามทฤษฎีเภสัชกรรมจีน ยังควรพิจารณาเรื่องการจับคู่อาหารด้วย ซึ่งการจับคู่อาหารแบ่งเป็นสองด้าน คือ ประสานกัน และขัดแย้งกัน ด้านประสานกันแบ่งเป็น "ร่วมกัน" และ "ช่วยกัน" ด้านขัดแย้งแบ่งเป็น "ตรงกันข้าม" "ลดโทษ" "เกรงกลัว" และ "ขัดแย้ง" ความรู้เหล่านี้มีความสำคัญต่อการจัดสรรอาหาร คำว่า "ร่วมกัน" หมายถึง การใช้อาหารชนิดเดียวกันร่วมกัน ทำให้เกิดผลที่เสริมกัน เช่น ดอกลิลลี่ต้มกับลูกแพร์ ช่วยลดความร้อนในปอดและบำรุงพลังงานของปอด คำว่า "ช่วยกัน" หมายถึง การใช้อาหารชนิดหนึ่งเป็นหลัก อีกชนิดหนึ่งเป็นเสริม ทำให้ผลของอาหารหลักดีขึ้น เช่น น้ำตาลแดงกับขิง น้ำตาลแดงที่ช่วยให้ร่างกายอบอุ่นและย่อยดี ช่วยเสริมฤทธิ์ของขิงที่ช่วยให้ร่างกายอบอุ่นและขับลมเย็น คำว่า "ตรงกันข้าม" หมายถึง การใช้อาหารสองชนิดร่วมกัน อาจเกิดผลเสีย เช่น มะม่วงหิมพานต์ห้ามกินกับกุ้ง กล้วยห้ามกินกับไข่ คำว่า "ลดโทษ" หมายถึง อาหารชนิดหนึ่งสามารถลดผลเสียของอีกชนิดหนึ่งได้ คำว่า "ขัดแย้ง" หมายถึง อาหารชนิดหนึ่งสามารถลดฤทธิ์ของอีกชนิดหนึ่งได้ คำว่า "เกรงกลัว" หมายถึง ผลเสียของอาหารชนิดหนึ่งสามารถลดลงได้ด้วยอาหารอีกชนิดหนึ่ง เช่น ผลเสียจากถั่วเหลือง (อาจทำให้ท้องเสีย ผื่นคัน ฯลฯ) สามารถลดได้ด้วยขิง
|