เมื่ออายุมากขึ้น ลักษณะทั่วไปของร่างกายคือความอ่อนแอ โดยเฉพาะภาวะเลือดไม่เพียงพอเป็นหลัก เลือดสามารถบำรุงอวัยวะภายในและช่วยให้ผิวหนังเส้นกล้ามเนื้อชุ่มชื้นได้ ทำให้ระบบอวัยวะต่างๆ ทำงานอย่างปกติ หากเลือดไม่เพียงพอ จะแสดงอาการในร่างกายหลายด้าน เช่น ใบหน้าซีดไม่มีสีหรือเหลืองซีด ปวดศีรษะ ตาพร่า ใจสั่น นอนไม่หลับ ข้อเข่าเคลื่อนไหวไม่คล่อง มือเท้าชา ผิวแห้ง คัน หมดแรง จิตใจเหนื่อยล้า ลิ้นสีจาง เส้นลมหายใจละเอียดอ่อน ภาวะนี้เกิดจากอายุมาก ร่างกายอ่อนแอ หรือระบบย่อยอาหารของผู้สูงอายุอ่อนแอ ทำให้เลือดสร้างไม่เพียงพอ หรืออารมณ์ภายในบอบช้ำมากเกินไป ทำให้เลือดถูกใช้ไปมากโดยไม่รู้ตัว ดังนั้น แนวทางการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุคือเสริมเลือดและบำรุงเลือด เพิ่มพลังงานเพื่อสร้างเลือด หนึ่ง การปรับอาหาร: ควรกินผลไม้เช่น หม่อน มะพร้าว ถั่วลิสง หูฉลามดำ ผักโขม แครอท หมู แกะ ตับวัว ตับแกะ ปลาไหล ปูทะเล ปลาแผ่น ซึ่งอาหารเหล่านี้ล้วนมีสรรพคุณในการเสริมเลือดและบำรุงเลือด สอง ระวัง “การมองนานเกินไปจะเสียเลือด”: แพทย์แผนจีนเชื่อว่า “ดวงตาต้องได้รับเลือดจึงมองเห็นได้” ดังนั้น การอ่านหนังสือ ดูหนังสือพิมพ์ ดูโทรทัศน์เป็นเวลานาน จะทำลายความสามารถในการมองเห็น และยิ่งทำให้เลือดที่มีอยู่น้อยอยู่แล้วลดลงอีก ควรหยุดพักประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วเคลื่อนไหวเล็กน้อย เพื่อให้กล้ามเนื้อตาได้ผ่อนคลายและฟื้นฟูความเหนื่อยล้าของดวงตา สาม อย่าใช้สมองมากเกินไป: การไหลเวียนเลือดในร่างกายเกี่ยวข้องกับหัวใจ สมองได้รับเลือดจากหัวใจอย่างต่อเนื่อง หากคิดมากเกินไป จะทำให้เลือดในหัวใจถูกใช้หมด ดังนั้น ผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่มีร่างกายขาดเลือด ควรหลีกเลี่ยงการใช้สมองมากเกินไป เมื่อรู้สึกว่าสมองเหนื่อย ควรเปลี่ยนบรรยากาศ ชมทิวทัศน์ ทำให้จิตใจสดชื่น เพื่อให้สมองฟื้นตัวได้เร็วขึ้น สี่ รักษาอารมณ์ให้แจ่มใส: คนที่ขาดเลือดมักมีจิตใจไม่สดชื่น นอนไม่หลับ ลืมเรื่องง่ายๆ สมาธิสั้น ดังนั้นควรกระตุ้นจิตใจให้ตื่นตัว เมื่อรู้สึกเครียดหรืออารมณ์ไม่ดี ควรพูดคุยกับเพื่อน ฟังเพลง หรือดูละครตลก เพื่อขจัดความเศร้าหมองอย่างกระตือรือร้น ทำให้จิตใจฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ห้า ออกกำลังกายอย่างกระตือรือร้น: ผู้สูงอายุที่มักรู้สึกเจ็บปวดหรือคันที่ต่างๆ สาเหตุสำคัญหนึ่งคือภาวะขาดเลือด การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดและพลังงาน ทำให้ลดหรือหลีกเลี่ยงอาการเจ็บปวดได้ แต่ควรมีปริมาณการออกกำลังกายไม่มากเกินไป และควรเลือกประเภทกิจกรรมที่เป็นการออกกำลังกายแบบดั้งเดิม เช่น ไท่จื้อ แปดช่วงฝึกฝน หรือการเดินทางไปที่ธรรมชาติ หรือเดินเล่นในสวน ซึ่งจะช่วยหายใจอากาศบริสุทธิ์ และเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อได้ดี
|