ผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน อาจมีอาการตาแห้ง หน้าคัน ปวดศีรษะ ซึ่งหลายคนมักคิดว่าเกิดจากคลื่นรังสีจากจอคอมพิวเตอร์ แต่ความจริงแล้ว คลื่นรังสีที่รุนแรงที่สุดของคอมพิวเตอร์คือด้านหลังและด้านข้าง ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ควรหลีกเลี่ยงการให้ด้านหลังของคอมพิวเตอร์หันไปทางคน ตามข้อมูล จอคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ทำจากกระจกที่มีตะกั่ว ช่วยลดคลื่นรังสีบางส่วน แต่ด้านข้างและด้านหลังไม่มีการป้องกัน ถ้าคนตั้งอยู่ตรงด้านนั้น คลื่นรังสีจะไม่ถูกบล็อก ปัจจุบันในสำนักงานหลายแห่ง คอมพิวเตอร์วางเรียงกันเพื่อประหยัดพื้นที่ แต่แผ่นกั้นไม่สามารถป้องกันคลื่นรังสีได้ จึงเป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้ที่นั่งอยู่ด้านหน้า ถ้ามีคอมพิวเตอร์หลายเครื่อง อาจเกิดผลสะสมได้ ทำงานในสภาพแวดล้อมแบบนี้เป็นเวลานาน อาจนำไปสู่อาการปวดศีรษะ หน้าคัน นอนไม่หลับ หมดความอยากอาหาร หรืออารมณ์ซึมเศร้าได้ สำหรับผู้หญิง คลื่นรังสีแม่เหล็กไฟฟ้าไม่เพียงแต่ส่งผลต่อระบบสืบพันธุ์และพัฒนาการของทารกในครรภ์ แต่ยังอาจก่อให้เกิดมะเร็งเต้านมได้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำวิธีวางคอมพิวเตอร์ที่ปลอดภัยที่สุด คือ ให้ด้านหลังของคอมพิวเตอร์แนบกับผนัง และระยะห่างระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องควรมีอย่างน้อย 1 เมตร ถ้าไม่มีพื้นที่เพียงพอ ต้องรักษาระยะห่างจากด้านหลังคอมพิวเตอร์อย่างน้อย 1 เมตร · ดูแลสุขอนามัย: อย่ากินอาหารขณะใช้คอมพิวเตอร์ หลังทำงานควรล้างมือให้สะอาด · ดูแลผิว: ควรทำความสะอาดผิวหน้าและมือบ่อย ๆ · ดูแลโภชนาการ: ควรรับประทานผลไม้ นม อาหารที่มีวิตามินเอและโปรตีนเพื่อเสริมสร้างร่างกาย · ท่าทางที่ถูกต้อง: ระยะห่างระหว่างดวงตาและจอคอมพิวเตอร์ควรอยู่ที่ 40–50 เซนติเมตร · สภาพแวดล้อมการทำงาน: แสงสว่างไม่ควรสว่างเกินไปหรือมืดเกินไป หลีกเลี่ยงแสงสะท้อนจากแหล่งแสงส่องตรงไปยังจอแสดงผล · จัดการเวลาทำงานและพักผ่อน: ทำงาน 1 ชั่วโมง ควรหยุดพัก 10 นาที และทำกิจกรรมเสริมสายตา
|