เมื่อถึงวันที่ 22 ธันวาคม ฤดูหนาวเริ่มเข้ามา ร้านอาหารและโรงแรมในเซี่ยงไฮ้เริ่มเปิดเมนูอาหารยาที่เป็นจุดขาย บางร้านใส่สมุนไพรที่ช่วยกระตุ้นเลือด ขจัดความเย็นในหม้อต้ม ชื่อว่า “หม้อต้มบำรุงร่างกาย”; บางร้านใส่สมุนไพรราคาแพงลงในน้ำซุปหรือผัด ประกาศว่าเป็น “อาหารยาแบบพระราชวัง” เมื่อคืน 5 โมงเย็น ผู้สื่อข่าวเดินเข้าไปในร้านอาหารใหญ่ใกล้กับมหาวิทยาลัยตงจี ชั้นล่างมีผู้คนคับคั่ง ผู้ที่จองโต๊ะไว้บอกว่ามาเพราะอยากลองอาหารยา ไปที่จุดปรุงอาหาร พบว่ามีหม้อต้มรูปทรงรูปหัวใจ 6–7 หม้อต้มอยู่บนเตาแก๊ส ควันร้อนลอยขึ้น พร้อมกลิ่นสมุนไพร รายการต้มมี ต้มไก่ตัวใหญ่กับเทียนมา ต้มนกพิราบกับตังกุ้ย ต้มไก่ดำกับซืออู ราคาต้มใหญ่ 98 หยวน ต้มเล็ก 48–58 หยวน ผู้สื่อข่าวถามพ่อครัวหนุ่มที่กำลังปรุงอาหารว่า “อาหารยาพวกนี้กินแล้วช่วยบำรุงอะไร?” พ่อครัวตอบว่า “เราแค่ต้ม ไม่รู้ว่าบำรุงอะไร” ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า “ปริมาณสมุนไพรอย่างเทียนมา ตังกุ้ย ซืออู ในแต่ละต้มมีเท่าไร?” พ่อครัวยิ้มแห้ง แล้วส่ายหัว ผู้สื่อข่าวสอบถามนายโจวหย่งฮั่น รองประธานศูนย์ประสานงานด้านโภชนาการของเซี่ยงไฮ้ และกรรมการบริหารสมาคมอาหารยาเซี่ยงไฮ้ ตามรายงาน อาหารยาคือการผสมผสานระหว่างยาและอาหารอย่างเหมาะสม แล้วปรุงเป็นอาหารที่มีคุณสมบัติในการรักษาและเสริมสร้างสุขภาพ สมุนไพรในอาหารยาต้องผ่านกระบวนการเตรียมยาอย่างเหมาะสมก่อนนำไปใส่ในอาหาร ไม่สามารถใส่สมุนไพรได้ตามใจชอบ ปริมาณก็ต้องควบคุมอย่างเคร่งครัด โจวหย่งฮั่นเปิดเผยให้ทราบว่า อาหารยาที่ร้านอาหารบางแห่งเสนอในปัจจุบัน ผิดหลักการไปไกล ตัวอย่างเช่น “หม้อต้มสิบสมบูรณ์” ผู้จัดการใส่สมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อน เช่น อบเชย อบเชย โหระพา ตังกุ้ย ฮวงฉี ลงในหม้อ แล้วใส่เนื้อแกะ หรือเนื้อหมา ซึ่งเป็นอาหารร้อน ผู้ที่มีภาวะหยินอ่อน ร้อนใน รับประทานแล้วจะยิ่งร้อนขึ้น หรือ “ไก่ดำตังกุ้ยฮวงฉี” เป็นอาหารยาคลาสสิก สมุนไพรตังกุ้ยและฮวงฉี ต้องใช้ในอัตราส่วน 1:100 เมื่อไก่ดำหนัก 1000 กรัม ควรใส่ตังกุ้ยและฮวงฉี 10 กรัม แต่พ่อครัวจำนวนมากไม่เคยชั่งน้ำหนักก่อนใส่สมุนไพร ข้อมูลระบุว่า สมุนไพรมี “สี่อารมณ์” (เย็น ร้อน อุ่น เย็น) และ “ห้ารส” (เผ็ด หวาน กลม ขม เค็ม) แพทย์แผนจีนเน้นการรักษาตามอาการ ใช้สมุนไพรที่มีอารมณ์และรสต่างกัน ตามสภาพร่างกายและรูปแบบของแต่ละคน ผู้คนที่นั่งโต๊ะเดียวกัน อาจมีรูปแบบร่างกายต่างกัน จึงไม่ใช่ทุกคนที่เหมาะกับอาหารยาแต่ละชนิด ตัวอย่างเช่น “น้ำซุปหอยทากกับต้นยูซู” ใช้ได้กับผู้ที่มีอาการปอดแห้ง ไอแห้ง ท้องผูก แต่กลับทำให้ผู้ที่มีพลังงานหยางอ่อน หรือเสมหะเย็น รู้สึกแย่ลง สมุนไพรบางชนิดที่เสริมสร้างสุขภาพ ผู้ที่ปกติทานมากอาจเกิดอาการปวดหัว หงุดหงิด ปากแห้ง จมูกเลือดออก ฯลฯ อาหารยาบางอย่าง ผู้สูงอายุกินแล้วดี แต่เด็กกินอาจทำให้เกิดภาวะวัยรุ่นเร็วได้ อาหารยาจีนเป็นที่รู้จักในระดับโลก แต่จากข้อมูลที่ผู้สื่อข่าวตรวจสอบ ปัจจุบัน ยังไม่มีการประเมินคุณสมบัติพิเศษสำหรับพ่อครัวอาหารยา ร้านไหนก็สามารถเปิดเมนูอาหารยาได้ ดังนั้น หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคเห็นว่า ผู้บริโภคที่ไปรับประทานอาหารที่ร้านอาหาร ควรมีสิทธิ์รู้ข้อมูล ร้านอาหารควรแจ้งให้ชัดเจนในเมนูว่า ใส่สมุนไพรอะไร ปริมาณเท่าไร ใช้กับกลุ่มผู้บริโภคใดบ้าง
|