ผู้สูงอายุควรพิจารณาสภาพร่างกายของตนเองเพื่อตัดสินใจว่าจำเป็นต้องกินยาบำรุงหรือไม่ ยาบำรุงไม่ได้เหมาะกับทุกคน ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ควรกิน เพราะจะเพิ่มภาระการเผาผลาญและการขับของร่างกาย ถ้าเพียงแค่ต้องการเสริมสร้างร่างกาย ควรได้รับสารอาหารผ่านอาหารประจำวัน ผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอควรหลีกเลี่ยงการบำรุงแบบรุนแรง เพราะอาจเกิด “ร่างกายไม่รับการบำรุง” ทำให้เกิดปัญหาได้ ผู้สูงอายุที่มีไฟในร่างกายสูง หรือมีภาวะโลหิตจาง ถ้ากินยาบำรุงแบบรุนแรงจะทำให้ไฟในร่างกายเพิ่มขึ้น จนเกิดเลือดออกตามเยื่อบุ คออักเสบ ท้องผูก ปวดหัว ตาแดง ผู้สูงอายุที่มีอาการอักเสบ หรือมีภาวะน้ำคั่ง อย่างเช่น ลิ้นขาวหนา หน้าบวม หรือมีโรคหัวใจและหลอดเลือดในวัยสูง (เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง) ไม่ควรกินยาบำรุงประเภทโสม หรือสัตว์หายาก สมุนไพรจีนเป็นยาบำรุงแบบดั้งเดิม สำหรับผู้สูงอายุ ยาบำรุงสมุนไพรที่มีฤทธิ์อ่อนๆ จึงเหมาะสมที่สุด โดยทั่วไปแบ่งยาบำรุงสมุนไพรออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้ บำรุงพลังงานหยาง อาการของหยางอ่อน: หนาวสั่น แขนขาอ่อนแรง ปวดหลัง ปวดเข่า หย่อนสมรรถภาพทางเพศ ท้องอืด ปัสสาวะบ่อย ควรใช้ หยวนหยาง ผลิตภัณฑ์จากหยวนหยาง ยาสามพิณ ยาเจินกุยเชียนฉีวัน ยาบำรุงสมรรถภาพทางเพศ หรือยาหมักเหล้าบำรุง บำรุงพลังงานชี อาการของชีอ่อน: หายใจเหนื่อย หมดแรง พูดน้อย ง่วงซึม ง่วงนอน ไม่สนใจอาหาร ควรใช้ โสม ผลิตภัณฑ์จากโสม น้ำผึ้งราชินี ยาปูชงอี้อี้วัน บำรุงเลือด อาการของเลือดอ่อน: ใจไม่สงบ หัวใจเต้นเร็ว นอนไม่หลับ หมดแรง ผิวหน้าซีด ปลายเล็บขาว ควรใช้ อาเจียว ตังกุ้ย ผลิตภัณฑ์จากตังกุ้ย ยาสิบสิบใหญ่ ยาปูชงอี้อี้วัน หรือไก่ดำ เมื่อใช้ยาบำรุง ถ้ามีอาการไข้ ท้องเสีย หรือมีอาการไม่สบายท้อง ควรหยุดกินก่อน แล้วค่อยเริ่มใหม่หลังหายดี ระหว่างกินยา ห้ามกินอาหารเย็น อาหารกระตุ้น อาหารมัน ห้ามดื่มชาเข้ม กาแฟ
|