เมล็ดผลไม้เป็นอาหารที่เราคุ้นเคย ชนิดของเมล็ดผลไม้มีหลากหลาย ซึ่งเมล็ดอัลมอนด์ก็มีหลายชนิด บางชนิดมีสารพิษไซยาไนด์ ซึ่งกินแล้วอาจทำให้เป็นพิษ โดยเฉพาะอัลมอนด์ขม ซึ่งเป็นสาเหตุของการเป็นพิษที่พบบ่อยที่สุด และมีผลกระทบรุนแรง ปี 1959 ที่เมืองหนานทง มณฑลเจียงซู ผู้ทำงานในแผนกยาของร้านขายยาทั่วไป คือ เสี่ยนจุนเชิน ได้เสียชีวิตจากพิษอัลมอนด์คั่วที่ใช้ในสูตรยา ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ใช้เตือนในวงการแพทย์ ยังมีเด็กสองคนกินลูกพลับพร้อมกัน แล้วเล่นกัน แล้วแต่ละคนกลับบ้าน ผู้ปกครองพบว่าเด็กที่เคยมีชีวิตชีวา กลับมีสีหน้าซีด หมดแรง คลื่นไส้ อาเจียน ทั้งสองคนกินลูกพลับ แล้วเปิดเปลือก แล้วกินเมล็ดอัลมอนด์ แต่ละคนกินประมาณ 7-8 เม็ด ผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง รู้สึกไม่สบาย แพทย์รีบทำการล้างกระเพาะ รักษา ใช้เวลา 3 วัน จึงฟื้นตัว พิษจากอัลมอนด์ขมมักเกิดในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ช่วงที่ลูกพลับสุก ซึ่งเกิดจากเด็กไม่รู้ว่าอัลมอนด์ขมมีพิษสูงกว่าอัลมอนด์หวานหลายสิบเท่า จึงเปิดเปลือกแล้วกินเมล็ด หรือกินอัลมอนด์ขมในยาแก้ไอ หรือกินอัลมอนด์ดองที่ยังไม่ได้กำจัดพิษส่วนใหญ่ ทำให้เกิดพิษ ช่วงเวลาที่พิษปรากฏมักอยู่ที่ 1-2 ชั่วโมง หลังจากเข้าสู่ลำไส้ ซึ่งอัลมอนด์ขมจะเกิดปฏิกิริยากับน้ำ ภายใต้แรงงานของเอนไซม์อัลมอนด์ขม ทำให้เกิดไฮโดรเจนไซยาไนด์ ซึ่งส่งผลเสียต่อการทำงานของเซลล์ในร่างกาย ทำลายระบบประสาทส่วนกลางและอวัยวะสำคัญ ผู้ที่กินอัลมอนด์ขม 2-20 เม็ด อาจเกิดอาการพิษ อาการเริ่มต้นคือ ปากขม น้ำลายไหล ปวดหัว ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ใจสั่น แขนขาอ่อนแรง ต่อมา หัวใจเต้นเร็ว หน้าอกอึดอัด หายใจเร็ว ปลายมือปลายเท้าอ่อนแรง อาการรุนแรงอาจเกิดอาการหายใจลำบาก แขนขาเย็น หมดสติชัก อาจร้องเสียงดัง บางครั้งได้กลิ่นเหมือนอัลมอนด์ ท้ายที่สุด หมดสติ ตาโต ฟันกัดแน่น กล้ามเนื้อเกร็ง ตายจากภาวะหายใจล้มเหลวหรือหัวใจหยุดเต้น โดยเฉพาะเด็กมีอัตราการเสียชีวิตสูง เพื่อป้องกันพิษจากพืชที่มีไซยาไนด์ ควรสอนเด็กไม่ให้กินเมล็ดผลไม้รสขมดิบ หรืออัลมอนด์คั่ว ถ้ากินอาหารเมล็ดผลไม้ดอง ต้องแช่ในน้ำสะอาด แล้วต้มเปิดฝา ให้สารพิษระเหย พร้อมกันนี้ ไม่ควรกินมากเกินไป
|