การฉายละครเกาหลีเรื่อง "แดจงจิน" ทำให้ชาวจีนได้สัมผัสพลัง "กระแสเกาหลี" อีกครั้ง ซีรีส์นี้มีเรื่องราวของจินจินที่แสนงามและดี ซึ่งทำให้ผู้ชมติดตาม อาหารพิเศษ "อาหารราชสำนัก" และ "อาหารสมุนไพร" ที่ปรากฏในเรื่อง ทำให้ผู้คนอยากลองกิน หลายคนถามว่า อาหารสมุนไพรช่วยรักษาโรคได้จริงหรือ? ใช้ในด้านสุขภาพประจำวันได้ไหม? การชี้แจงความจริงเกี่ยวกับอาหารสมุนไพร ไม่ใช่แค่การผสมอาหารกับสมุนไพรอย่างง่าย ดร.หลิวหวังเล่อ รองหัวหน้าแผนกภายใน โรงพยาบาลที่ 3 มหาวิทยาลัยแพทย์แผนจีนแห่งเหอหนาน กล่าวว่า อาหารสมุนไพรไม่ใช่แค่การผสมอาหารกับสมุนไพรอย่างง่าย แต่เป็นอาหารพิเศษที่ผลิตขึ้นภายใต้แนวคิดการปรุงอาหารตามการวินิจฉัยทางแพทย์แผนจีน โดยใช้สมุนไพร อาหาร และเครื่องปรุง 3 อย่างมาผสมกันอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้มีทั้งคุณสมบัติทางยาและรสชาติอาหาร ใช้เพื่อป้องกันและรักษาโรค ช่วยเสริมสร้างสุขภาพและความยาววัย "อาหารกับยาเดียวกันต้นกำเนิด" "อาหารกับยาผสมกัน" นี่คือความเข้าใจเฉพาะตัวของแพทย์แผนจีนเกี่ยวกับอาหารสมุนไพร ดร.หลิวหวังเล่อเน้นย้ำว่า อาหารสมุนไพรต้องเลือกใช้อย่างถูกต้อง ห้ามผสมอย่างไม่ระมัดระวัง เพราะอาจทำร้ายสุขภาพได้ ร้านอาหารและโรงแรมจำนวนมากตั้งชื่อว่า "อาหารสมุนไพร" แล้วเสนอเมนู "หม้อไฟบำรุงกำลัง" บางครั้งเชฟมีฝีมือดี แต่ไม่รู้เรื่องแพทย์แผนจีน จึงนำสมุนไพรบำรุงกำลังมาใส่ในอาหารตามประสบการณ์ บางครั้งหม้อไฟสมุนไพรใส่สมุนไพรกว่า 30 ชนิดในครั้งเดียว! ทำให้ไม่สามารถใช้ได้ตามจุดประสงค์ หรือบางคนกินแล้วเกิดอาการอาเจียน ถ่ายเหลวได้ ดร.หลิวหวังเล่อกล่าวว่า อาหารสมุนไพรที่ปรากฏใน "แดจงจิน" มีองค์ประกอบที่สมเหตุสมผลตามวัฒนธรรมแพทย์แผนจีน ควรเลือกใช้ตามสภาพร่างกายของตนเองภายใต้คำแนะนำของแพทย์ ห้ามนำเอาไปใช้แบบกลไกหรือตามตัวอย่างโดยไม่คิด หรือจะได้ผลตรงข้ามกันได้ บำรุงอวัยวะ 5 อย่าง เพื่อผิวพรรณดูดี ช่วยบำบัดโรคเรื้อรัง ผู้ที่อ่อนแอเหมาะกับการใช้ คำพูดโบราณว่า "ยาใดก็มีพิษ 3 ส่วน" ดร.หลิวหวังเล่อกล่าวว่า ถ้าไม่ได้เป็นคนอ่อนแอหรือป่วยเรื้อรัง ไม่ควรใช้อาหารสมุนไพร แค่ดูแลโภชนาการให้สมดุล ได้รับสารอาหารเพียงพอ ก็เพียงพอแล้ว สำหรับผู้สูงอายุ ผู้ที่อ่อนแอ หรือผู้ป่วยที่อยู่ในระยะฟื้นตัวจากโรคเรื้อรัง อาจเกิดภาวะ "อ่อนแอจนรับการบำรุงไม่ได้" จึงควรเลือกใช้อาหารสมุนไพรตามสถานการณ์ เพื่อช่วยเสริมการรักษา บรรเทาอาการ แต่ผู้ป่วยต้องไม่คาดหวังมากเกินไป เพราะอาหารสมุนไพรเป็นอาหารผสมกับยา สารอาหารทำให้ฤทธิ์ยาอ่อนลง ดังนั้น อาหารสมุนไพรจึงมีฤทธิ์อ่อนกว่ายาเดี่ยว จึงต้องอาศัยการปรับสมดุลพลังงาน ลม ความสมดุลของร่างกาย กระตุ้นการทำงานของระบบย่อยอาหาร จึงจะฟื้นตัวได้ ซึ่งเป็นกระบวนการค่อยเป็นค่อยไป ดังนั้น ผู้ป่วยควรกินต่อเนื่องเป็นเวลานาน การบำรุงต้องมีหลักเกณฑ์ ต้องเลือกตามบุคคลและโรค ในการบำรุงจริงๆ ควรเลือกอาหารสมุนไพรตามสภาพผู้ป่วย ตัวอย่างเช่น ผู้ที่เลือดขาด ควรใช้ต้นอินทรีกับมะขามป้อมต้มเป็นข้าวต้ม ผู้ที่พลังงานขาด ควรใส่ถั่วฝักยาว ถั่วขาวในน้ำซุปเพื่อเสริมพลังงานและบำรุงตับ ผู้ที่เลือดเย็น ควรใช้โกจิเบอร์รี่ วิตามินบี1 ต้มเป็นข้าวต้ม ผู้ที่มีพลังงานต่ำมาก ควรดื่มเหล้าที่ต้มจากหัวกระดูกสัตว์ สำหรับผู้หญิงที่มีอาการเย็นหลังคลอด ควรใช้ข้าวต้มเนื้อแกะกับขิง ต้นอินทรี เพื่อเสริมเลือดและพลังงาน ผู้สูงอายุที่มีระบบย่อยอ่อน ไม่ค่อยอยากอาหาร ควรใส่เมล็ดพืช ข้าวโพด ข้าวต้ม หรือยาที่ช่วยย่อยอาหารในข้าวต้มได้ นอกจากนี้ ยังสามารถปรับสูตรอาหารสมุนไพรให้ยืดหยุ่นได้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ เช่น อาหารบำรุงพลังงาน อาจเพิ่มสมุนไพรบำรุงเลือด เพราะ "พลังงานเป็นผู้นำเลือด แต่เลือดเป็นแม่ของพลังงาน" ทั้งสองอย่างเชื่อมโยงกันอย่างแน่นแฟ้น แต่บางกรณีห้ามใช้ผิด ตัวอย่างเช่น ฮวงซีและกิ๋วซิน ใช้ได้เฉพาะผู้ที่พลังงานขาด ถ้าผู้ที่เลือดขาดกินจะเกิดอาการแน่นหน้าอก หัวหมุน ฯลฯ นอกจากนี้ ผู้ที่มีพลังงานเย็น ถ้ากินสมุนไพรเสริมพลังงาน ยิ่งเหมือนเทน้ำมันใส่ไฟ ทำให้ร้อนแรงขึ้น ดังนั้น การเลือกใช้อาหารสมุนไพร ต้องทำภายใต้คำแนะนำของแพทย์ ห้ามลองเองโดยไม่รู้จักวิธี นอกจากนี้ ควรเลือกสมุนไพรบำรุงที่มีฤทธิ์อ่อน เช่น โกจิเบอร์รี่ หนอนผีเสื้อ ดอกบัว ถั่วเหลือง ฟังลี่ ฯลฯ อย่าใช้สมุนไพรจำนวนมากในครั้งเดียว เพราะยาหลายชนิดจะทำให้ฤทธิ์สับสน ถ้าใช้ไม่ถูกต้อง ฤทธิ์จะตัดกัน ไม่ได้ผลต่อโรค ไม่ได้ช่วยร่างกาย อย่าหลงเชื่อคำโฆษณา "ธรรมชาติบริสุทธิ์" ยาต้องไม่ละเลย ปัจจุบัน ร้านค้าและร้านขายยาต่างตั้งชื่อว่า "สีเขียว" "ธรรมชาติบริสุทธิ์" บางร้านยังอ้างว่า "สูตรอาหารราชสำนัก" ทำให้อาหารสมุนไพรธรรมดากลายเป็น "ยาอร่อยที่รักษาทุกโรค" ราคาสูงขึ้นเป็นเท่าตัว ดร.หลิวหวังเล่อกล่าวว่า สมุนไพรธรรมชาติหลายชนิดมีพิษในระดับต่างๆ ต้องผ่านกระบวนการปรุง อบ ต้ม เพื่อลดหรือกำจัดพิษ แม้จะเป็นสมุนไพรธรรมชาติ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเหมาะกับผู้ป่วยทุกคน ยิ่งไปกว่านั้น อาหารสมุนไพรมีรสชาติที่ดีกว่ายาเดี่ยว ทำให้รับประทานง่าย แต่บทบาทหลักของยาในการรักษา ยังไม่สามารถแทนที่ได้ เพราะพลังงานของยาเป็นหัวใจสำคัญของการรักษา ดังนั้น อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาของร้านค้า หรือจะมีผลเสียตามมาได้
|