คุณหญิงหลี่ อายุ 69 ปี ล่าสุดเข้าโรงพยาบาลเพราะมีน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว และติดเชื้อปอด ช่วงนี้ ฮีโมโกลบินและโปรตีนพลาสมาของเธอต่ำลงอย่างชัดเจน หลังจากตรวจหาสาเหตุที่ไม่ใช่โรคมะเร็งหรือโรคที่กินพลังงานมาก แพทย์พบว่า สาเหตุที่แท้จริงคือ “ภาวะขาดสารอาหารโปรตีน-พลังงานในผู้สูงอายุ” ซึ่งเป็นผลมาจากคำแนะนำของแพทย์ในการตรวจสุขภาพเมื่อครึ่งปีก่อน ที่บอกว่า “ควรกินอาหารที่มีเกลือ ไขมัน น้ำตาลต่ำ” ผู้สูงอายุใส่ใจการควบคุมอาหารเป็นเรื่องดี แต่หากพยายามเน้น “สามต่ำ” อย่างเดียว แล้วกินอาหารน้อยเกินไป ก็อาจทำให้เกิดภาวะขาดสารอาหารได้ง่าย อาการของภาวะขาดสารอาหารคือ ผอมลง คุณหญิงหลี่ ตอนแรกที่น้ำหนักลดลง คิดว่าเป็นเพราะเป็นเบาหวาน จึงไม่ได้ใส่ใจ จริงๆ แล้ว เนื่องจากมาตรฐานการประเมินภาวะขาดสารอาหารในผู้สูงอายุยังไม่สมบูรณ์ อาการเริ่มต้นมักเป็นเพียง หมดแรง หนาว บวมที่ข้อเท้า จึงไม่ใช่แค่คนทั่วไป แต่แม้แต่แพทย์บางคนก็อาจไม่เข้าใจอาการน้ำหนักลดในผู้สูงอายุ ข้อมูลการสำรวจแสดงว่า ผู้สูงอายุที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลมีอัตราการเกิดภาวะขาดสารอาหารสูงถึง 20%-60% ผู้สูงอายุที่ไม่ได้เข้ารับการรักษา มีอัตราสูงถึง 5%-10% แต่การวินิจฉัยกลับมีเพียง 36% ภาวะขาดสารอาหารถูกมองข้ามมานาน จนนำไปสู่ภาวะโรคเดิมเลวร้ายลง แล้วผู้สูงอายุควรประเมินตนเองว่าขาดสารอาหารหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ผู้สูงอายุที่ควบคุมอาหารอย่างเข้มงวด หากมีอาการ ได้แก่ ไม่อยากกิน หมดแรง ผอมลงค่อยๆ บวมที่แขนขาหรือทั้งตัว ง่ายต่อการติดเชื้อ ติดเชื้อซ้ำๆ ผลตรวจเลือดมีภาวะสมดุลของแร่ธาตุผิดปกติ โลหิตจาง คอเลสเตอรอลในเลือดต่ำ หรือภาวะโปรตีนในเลือดต่ำ แสดงว่าผู้สูงอายุมีภาวะขาดสารอาหารแล้ว การควบคุมอาหารต้องมีวิทยาศาสตร์ เช่น คุณหญิงหลี่ ที่มีภาวะความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และเบาหวาน จึงจำเป็นต้องควบคุมอาหาร แต่ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน เพื่อทราบขอบเขตของการควบคุมอาหารอย่างชัดเจน โดยทั่วไป ผู้สูงอายุทุกคนควรลดการกินข้าว แต่เพิ่มอาหารรองที่มีโปรตีน ไฟเบอร์ ฯลฯ ปริมาณพลังงานต่อวันไม่เกิน 2,000 กิโลแคลอรี ไม่ควรกินอาหารมังสวิรัติทั้งหมด แค่ลดอาหารทอด ดอง รมควัน ไม่กินอวัยวะสัตว์ ควบคุมการกินน้ำตาลและเครื่องดื่มแช่เย็นก็พอ ผู้สูงอายุที่เป็นเบาหวาน ควรลดคาร์โบไฮเดรต วันละไม่เกิน 20-25 กิโลแคลอรีต่อ 1 กิโลกรัมน้ำหนักตัว พร้อมเสริมอาหารประเภทเนื้อ ไข่ นม อย่างเหมาะสม ผู้ป่วยโรคหัวใจ ควรกินอาหารต่ำพลังงาน ไขมันต่ำ คอเลสเตอรอลต่ำ ควบคุมปริมาณเกลือ ไม่เกิน 6 กรัมต่อวัน ควรกินผักสด รับแร่ธาตุไอโอดีน โปตัสเซียม อย่างเพียงพอ ผู้สูงอายุที่มีภาวะความดันโลหิตสูง ไขมันสูง น้ำตาลสูง ควรลดอาหารที่มีไขมันสัตว์และคอเลสเตอรอล ปริมาณเกลือต่อวันไม่เกิน 4 กรัม ควรเพิ่มวิตามิน แคลเซียม และโพแทสเซียม ผู้สูงอายุที่มีภาวะขาดสารอาหารแล้ว ควรกินข้าว ผัก ผลไม้ที่ต้มนุ่ม สามารถใส่เครื่องปรุงรสเพิ่มเพื่อกระตุ้นความอยากอาหาร ควรดื่มน้ำมากขึ้น ออกกำลังกายอย่างเหมาะสมเพื่อปรับปรุงสุขภาพร่างกาย ควรระวังหากต้องกินยาหลายชนิด จากการสำรวจทางคลินิก ยังมีอีก 3 สถานะของผู้สูงอายุที่ต้องระวังการรับประทานอาหารให้เพียงพอ ประการแรก ผู้สูงอายุที่กินยาหลายชนิด เพราะยาบางชนิด เช่น ยาสลบ ทำให้รู้สึกง่วง ง่วงนอน กระทบต่อความอยากอาหาร ยาเทอโอฟิลลีน ฮอร์โมนไทรอยด์ ทำให้เผาผลาญพลังงานเพิ่มขึ้น กระทบต่อการดูดซึมสารอาหาร ประการที่สอง ผู้สูงอายุที่ดื่มแอลกอฮอล์ แอลกอฮอล์ให้พลังงานแทนอาหาร ทำให้ความอยากอาหารลดลง ถ้าดื่มต่อเนื่อง อาจก่อให้เกิดภาวะขาดสารอาหารได้ ประการที่สาม ผู้สูงอายุที่อารมณ์ไม่ดี เพราะเกษียณแล้วสังคมน้อยลง สถานการณ์ทางเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลง หรือเกิดความเศร้า โดดเดี่ยวจากความสูญเสียคู่ชีวิต อาจทำให้ความอยากอาหารลดลง ผู้สูงอายุควรเพิ่มสารอาหาร ถ้าจำเป็น ควรปรึกษาแพทย์
|