สมุนไพรพื้นบ้าน
หน้าแรกสมุนไพรพื้นบ้านตำรายาสมุนไพรจีน เพิ่มหน้าเว็บนี้ลงในบุ๊กมาร์ก

เข้าถึงอย่างรวดเร็ว

นี่คือลิงก์ด่วนสำหรับอาการทั่วไป:

ประกาศสำคัญ: สูตรยาบนเว็บไซต์นี้มีไว้สำหรับข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนใช้
7000+
จำนวนสูตรยาทั้งหมด
9
ภาษาที่รองรับ
10
หมวดหมู่
24/7
การเข้าถึง
ค้นหาสูตรยาพื้นบ้านจีน
ค้นหาสูตรยา:
หมวดหมู่สูตรยา:: อายุรกรรม ศัลยกรรม เนื้องอก ผิวหนัง โสตศอนาสิก นรีเวช วิทยาระบบปัสสาวะชาย กุมารเวช สุขภาพ ยาดองเหล้า อื่นๆ

สมุนไพรพื้นบ้าน / อาหารสมุนไพร / / ให้ไฟเพิ่มแก่ผู้ที่มีพลังหยางอ่อนกลัวหนาวก่อนหน้า ดูทั้งหมด ถัดไป

ให้ไฟเพิ่มแก่ผู้ที่มีพลังหยางอ่อนกลัวหนาว

ในสภาพอากาศหนาวเย็น บางคนแต่งตัวบาง แต่กลับมีพลังงานสูง จิตใจสดชื่น จนถึงอายุเกินหกสิบยังกล้าว่ายน้ำในฤดูหนาว แต่ก็มีบางคนอายุยังน้อย แต่กลัวหนาวมาก แค่เข้าสู่ฤดูหนาวก็สวมผ้าห่มแน่นหนา แต่ก็ยังมือเท้าเย็น หรือหดตัว หนาวสั่น ผู้ที่กลัวหนาวมาก โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ระบบภูมิคุ้มกันและการต้านทานโรคต่ำ จึงมักเป็นหวัด พร้อมอาการศีรษะหนัก ไหล่แขนเจ็บ หมดแรง ง่วงซึม ปวดศีรษะ ปวดหลัง ฯลฯ
แพทย์แผนจีนเชื่อว่า “หากหยางอ่อนแอ จะเกิดความหนาวเย็นภายนอก” หมายความว่า ร่างกายมีพลังหยางอ่อนแอ โลหิตและลมปราณไม่เพียงพอ หยางที่ปกป้องร่างกายอ่อนแอ ไม่สามารถอุ่นกล้ามเนื้อเพื่อต้านทานความหนาวเย็นจากภายนอกได้ จึงเกิดอาการกลัวหนาว งานวิจัยสมัยใหม่ระบุว่า ผู้ที่มีร่างกายหยางอ่อน อาจเกี่ยวข้องกับภาวะขาดเหล็ก ความดันโลหิตต่ำ ร่างกายผอม หรือการทำงานของต่อมไทรอยด์ต่ำ
ผู้ที่กลัวหนาวมักเป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เนื่องจากกล้ามเนื้อผู้หญิงโดยทั่วไปไม่แข็งแรงเท่าผู้ชาย และกล้ามเนื้อเป็นแหล่งผลิตความร้อนหลัก นอกจากนี้ ประจำเดือนของผู้หญิงยังทำให้สูญเสียเหล็ก รวมถึงระดับเอสโตรเจนของผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือนลดลง ซึ่งเอสโตรเจนส่งผลต่อความมั่นคงของระบบประสาทและหลอดเลือด จึงทำให้เกิดการไหลเวียนเลือดไม่ดี ส่งผลให้มือเท้าหรือร่างกายเย็น
บทความแนะนำ: ดื่มเบียร์กินหม้อไฟช่วยอุ่นร่างกายได้ไหม?
อาหารเสริม
จะเปลี่ยนสภาพร่างกายหยางอ่อน ลดอาการกลัวหนาวได้อย่างไร? หลักสำคัญคือการปรับอาหารและฝึกทนต่อความหนาวเย็น ควรเริ่มจากการปรับชนิดอาหาร ให้ผู้ที่มีพลังงานอ่อนเพิ่มไฟให้ร่างกาย ควรกินเนื้อสัตว์ที่มีฤทธิ์อุ่นไต อย่างเนื้อแกะ เนื้อสุนัข พริกไทย หอยแครง ถั่วอัลมอนด์ ฯลฯ ในฤดูหนาว ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการต้านความหนาวเย็นได้มาก เนื้อแกะมีรสหวาน คุณสมบัติอุ่น ประกอบด้วยไขมัน โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และแร่ธาตุอย่างแคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก ช่วยอุ่นร่างกาย บำรุงร่างกาย บำรุงไต ตับ กระตุ้นความอยากอาหาร บำรุงลำไส้ ถือเป็นอาหารบำรุงร่างกายในฤดูหนาวที่มีคุณค่าสูง หัวหมูมีรสหวาน คุณสมบัติอุ่น ช่วยบำรุงร่างกาย กระตุ้นหยาง บรรเทาอาการปวดหลัง บำรุงหัวใจ ไต กระดูก ช่วยเพิ่มความร้อน ต้านความหนาวเย็น ประกอบด้วยโปรตีน คาร์โบไฮเดรต แคลเซียม เหล็ก ฟอสฟอรัส ฯลฯ สำหรับผู้ที่มือเท้าเย็น ปวดหลัง ร่างกายอ่อนแอ จึงมีประโยชน์ในการเพิ่มความร้อน ต้านความหนาวเย็น ตามคำพูดที่ว่า “กินเนื้อสุนัขอุ่นสบาย ไม่ต้องใช้ผ้าห่มก็ผ่านฤดูหนาวได้” “กินซุปเนื้อสุนัข ฤดูหนาวก็เอาผ้าห่มมาเป็นของตกแต่ง” นอกจากนี้ พริกไทยมีสารคาปไซซิน ช่วยกระตุ้นความอยากอาหาร เพิ่มการย่อย ทำให้หัวใจเต้นเร็ว ขยายหลอดเลือดฝอยปลายมือปลายเท้า ทำให้เลือดไหลเวียนไปยังผิวหนังมากขึ้น ดังนั้น การกินพริกไทยในฤดูหนาวอย่างเหมาะสม ทำให้รู้สึกอบอุ่น รู้สึกสบาย และช่วยป้องกันความหนาวเย็นและความชื้นจากภายนอกที่ทำลายกล้ามเนื้อและข้อต่อ หอยแครงมีโปรตีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก มากกว่าเนื้อสัตว์ ไข่ และนม ช่วยอุ่นไต กระตุ้นหยาง บำรุงลำไส้ บำรุงกระเพาะ จึงเหมาะกับผู้ที่ไตและกระเพาะอ่อนแอ ปัญหาอัณฑะอ่อน ปัญหาปวดหลัง ฯลฯ ในฤดูหนาว ถั่วอัลมอนด์มีไขมันมากกว่า 40% โดยส่วนใหญ่เป็นไขมันไม่อิ่มตัว ช่วยลดคอเลสเตอรอล ป้องกันหลอดเลือดแข็งตัวและความดันโลหิตสูง ฟอสโฟลิปิดที่มีอยู่ช่วยสร้างเซลล์ในร่างกาย กระตุ้นกิจกรรมของเซลล์ เพิ่มการทำงานของไขกระดูก เพิ่มความอยากอาหาร นอกจากนี้ ยังมีคาร์โบไฮเดรตสูง ให้พลังงานมาก ช่วยเพิ่มพลังงานในร่างกาย ต้านความหนาวเย็น
การออกกำลังกาย
การออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ไม่เพียงแต่ช่วยเสริมกล้ามเนื้อที่ผลิตความร้อน ปรับสมดุลฮอร์โมน กระตุ้นการเผาผลาญ แต่ยังช่วยส่งความร้อนไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ ควรเลือกกิจกรรมที่เหมาะสมกับอายุ ร่างกาย และสภาพแวดล้อม ทั้งนี้ การฝึกฝนด้วยน้ำเย็นทุกวัน เช่น ล้างหน้า ล้างจมูก อาบน้ำ หรือฝึก “ฤดูใบไม้ผลิสวมเสื้อหนา ฤดูใบไม้ร่วงทนหนาว” ก็ช่วยเพิ่มความสามารถในการต้านความหนาวเย็นได้ ควรเริ่มฝึกต้านความหนาวตั้งแต่ปลายฤดูร้อนถึงต้นฤดูใบไม้ร่วง ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ ค่อยเป็นค่อยไป ควรใส่เสื้อผ้าให้เหมาะสม ควรให้ความสำคัญกับการป้องกันความหนาวเย็นที่ศีรษะ หลัง ท้อง และเท้า ทุกคืนก่อนนอนควรแช่เท้าด้วยน้ำอุ่น หลักการแต่งกายคือ “ชั้นบนบางกว่า ชั้นล่างหนา ผ้ากันหนาวต้องหลวม แห้ง อบอุ่น” หลีกเลี่ยงการใส่เสื้อผ้าแน่นเกินไป เพื่อไม่ให้ขัดขวางการไหลเวียนเลือด
การบำบัดด้วยยา
สำหรับผู้ที่มีอายุมาก ร่างกายอ่อนแอ กลัวหนาว อาจใช้ยาบำรุงได้ ยาที่ใช้บ่อย เช่น ขิงแห้ง อบเชย แผ่นอบเชยสุก ซีอานหลิงปี รูหยาง หรือรูหยาง ซึ่งเป็นยาที่ช่วยอุ่นไต บำรุงไต กระตุ้นหยาง สำหรับผู้ที่กลัวหนาว ง่ายต่อการเป็นหวัด อาจใช้สูตร “ซูจงอี้ชีตัง” ที่ประกอบด้วย โสม ฮวงชี โสม จินปี ชิงหม่า ชิวเฮี๋ย บั่วชู จิ้งก๊ก ซึ่งช่วยเสริมพลังหยาง กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ลดโอกาสเป็นหวัด
ต้องเตือนเป็นพิเศษว่า การดื่มแอลกอฮอล์เพื่อต้านความหนาวเย็นเป็นความเข้าใจผิดทั่วไป เพราะแอลกอฮอล์ให้พลังงานความร้อนน้อยมาก หลังดื่มรู้สึกร้อนทั่วร่างกาย คือผลจากการขยายหลอดเลือด ปล่อยความร้อนสะสมออกไป หลังแอลกอฮอล์หมด ร่างกายจะสูญเสียความร้อนสะสมออกไป ทำให้ความสามารถในการต้านความหนาวเย็นลดลง จึงทำให้ร่างกายสั่น ผิวหนังเป็นก้อน ซึ่งคนทั่วไปเรียกว่า “หนาวหลังดื่มแอลกอฮอล์”

วิธีใช้เว็บไซต์

  1. ป้อนชื่อโรคหรืออาการในช่องค้นหา
  2. คลิกปุ่มค้นหาเพื่อหาสูตรยาที่เกี่ยวข้อง
  3. เรียกดูผลการค้นหา คลิกสูตรยาที่สนใจ
  4. อ่านคำอธิบายรายละเอียดและวิธีใช้สูตรยาอย่างละเอียด
  5. ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้

ค้นหาที่นิยมในสัปดาห์นี้

ติดต่อเรา

หากคุณมีคำถามหรือข้อเสนอแนะ โปรดติดต่อเรา

อีเมล: [email protected]