เมื่อเข้าสู่ต้นฤดูใบไม้ร่วง อุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืนเปลี่ยนแปลงมากขึ้น หากมีพายุฝนฟ้าคะนอง ไม่เพียงแต่ลดอุณหภูมิ แต่ความกดอากาศก็เปลี่ยนแปลงอย่างมาก ทำให้อัตราการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดในผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคความดันโลหิตสูง หรือหลอดเลือดแข็งตัว ควรระวังโรคหลอดเลือดสมองในช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วง จุดสำคัญของการป้องกันคือการสังเกตอาการเตือนล่วงหน้า แล้วดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ ยิ่งรักษาเร็ว ผลลัพธ์ยิ่งดี โดยทั่วไป หากมีอาการดังต่อไปนี้ ควรตั้งใจสังเกต: 1. วิงเวียนศีรษะอย่างฉับพลัน มองเห็นดำมืดทันที แล้วกลับมาปกติภายในไม่กี่วินาที นี่คือสัญญาณเตือนล่วงหน้าของโรคหลอดเลือดสมองที่แรกสุด 2. มองเห็นภาพเบลอ ขาดภาพ ซึ่งมักจะกลับมาเป็นปกติภายในหนึ่งชั่วโมง แสดงว่าหลอดเลือดสมองมีการแคบอย่างรุนแรง 3. ปวดหัวอย่างรุนแรงอย่างฉับพลัน ร่วมกับอาเจียน หรือสูญเสียสติชั่วคราว ควรตรวจร่างกายทันที เพราะอาจเกิดการแตกของหลอดเลือดสมองและเลือดออกแล้ว 4. ลืมเรื่องราวทั้งหมดที่เคยเกิดขึ้น แต่ยังรู้ตัวดี รู้สึกตัวดี ความจำหายไปมักจะกลับมาเป็นปกติภายในไม่กี่ชั่วโมง 5. คิดจะถอนหายใจบ่อยครั้ง ซึ่งมักเกิดขึ้นก่อนโรคหลอดเลือดสมอง 5-10 วัน บ่งบอกว่าหลอดเลือดสมองแข็งตัวมากขึ้น ช่องทางแคบลงเรื่อยๆ 6. พูดไม่ชัดช้า หรืออ่อนแรงในแขนขาข้างใดข้างหนึ่ง นี่คือสัญญาณของสมองขาดเลือด อาจนำไปสู่การอัมพาตครึ่งซีกได้ นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า โรคหลอดเลือดสมอง นอกเหนือจากการตรวจพบและรักษาเร็ว ยังต้องใช้มาตรการต่อไปนี้ในชีวิตประจำวัน เพื่อป้องกันหรือลดความเสี่ยงในการเกิดโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดื่มน้ำช่วยชีวิตตอนเช้าและเย็น: โรคหลอดเลือดสมองเกี่ยวข้องกับการเพิ่มขึ้นของความหนืดของเลือดในผู้สูงอายุ หลังนอนหลับ หรือเหงื่อออก หรือการปัสสาวะ ร่างกายจะสูญเสียของเหลว ทำให้ความหนืดของเลือดเพิ่มขึ้น ดังนั้น ก่อนนอนและตอนเช้า ควรดื่มน้ำเปล่าประมาณ 200 มิลลิลิตร เพื่อลดความหนืดของเลือด ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดสมองได้ กินกล้วย 2 ผลต่อวัน: งานวิจัยพบว่า ถ้ากินกล้วยวันละ 1-2 ผล สามารถลดอัตราการเกิดโรคหลอดเลือดสมองได้ 40% กล้วยมีแร่ธาตุโพแทสเซียมสูง โพแทสเซียมมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างการทำงานปกติของหัวใจ ช่วยป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว ปกป้องหัวใจและหลอดเลือด นอกจากนี้ กล้วยยังมีสารที่ช่วยลดความดันโลหิต และช่วยขับถ่ายได้ดี รักษาระยะเวลาการขับถ่ายให้เป็นปกติ: อาการท้องผูกในผู้สูงอายุไม่เพียงแต่ทำให้เวลาขับถ่ายนานขึ้น แต่ยังทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น ความดันโลหิตสูงขึ้น อาจนำไปสู่โรคหลอดเลือดสมองได้ ดังนั้น เพื่อรักษาระยะเวลาการขับถ่ายให้เป็นปกติ ควรกินอาหารที่มีเส้นใยมาก เช่น มันเทศ ผักกาดดอง ตะไคร้ ผักชี ผักกาดขาว ฯลฯ เพื่อกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ และควรสร้างนิสัยการขับถ่ายเป็นเวลา ถ้าจำเป็น อาจใช้ยา เช่น ยาขับถ่าย ยาฟุกต์ดาว ฯลฯ เดิน 3 กิโลเมตรตอนเช้าและเย็น: การเดินเป็นกิจกรรมคาร์ดิโอที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับผู้สูงอายุ ถ้าทำต่อเนื่อง สามารถลดความดันโลหิต ลดระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการออกกำลังกายคือเช้าตรู่และเย็น ควรเดินบนพื้นราบ ครั้งละ 30-40 นาที ระยะทาง 1.5 กิโลเมตร หรือทำกิจกรรมเบาๆ เช่น ยืดเหยียด ยกมือ ทำท่าหมอบ หรือเล่นกีฬาที่ไม่หนัก แต่ไม่ควรออกกำลังกายอย่างรุนแรง ควรระวังเรื่องชีวิตประจำวัน: ในช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วง ควรใส่เสื้อผ้าตามอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง ป้องกันความเย็นตอนกลางคืน วันที่มืด ฝนตก ควรอยู่บ้าน ควรตรวจวัดความดันโลหิตเป็นประจำ
|