กะหล่ำปลีธรรมดาสามารถรักษาโรคได้หลายชนิด คุณเชื่อไหม? ความจริงเป็นเช่นนั้น นักวิจัยพบว่า กะหล่ำปลีมีบทบาทในการป้องกันและช่วยรักษาโรคสมัยใหม่หลายชนิด เช่น มะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด และมีคุณสมบัติชะลอวัย งานวิจัยพิสูจน์ว่า คุณสมบัติทางอาหารของกะหล่ำปลีประกอบด้วย: 1. กะหล่ำปลีมีวิตามินซี วิตามินอี และเบต้าแคโรทีน รวมวิตามินสูงกว่ามะเขือเทศถึง 3 เท่า จึงมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระสูง 2. กะหล่ำปลีมีโฟเลตสูง ผู้หญิงตั้งครรภ์และผู้ป่วยโลหิตจางควรกินมาก 3. กะหล่ำปลีสดมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ บรรเทาอาการอักเสบ ช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ แผลบวม ถูกยุงกัด แมลงกัด ปวดท้อง ปวดฟัน 4. กะหล่ำปลีมีสารอนุพันธ์อีสิลธีโอไซยานิทที่สามารถฆ่าเซลล์ผิดปกติที่ทำให้เกิดโรคเลือดขาว 5. กะหล่ำปลีมีวิตามินยูสูง ช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร ช่วยเร่งการเยียวยาแผล และป้องกันการเปลี่ยนเป็นมะเร็งในกระเพาะอาหาร 6. กะหล่ำปลีมีสารอินโดลสูง งานทดลองพิสูจน์ว่า "อินโดล" มีฤทธิ์ต้านมะเร็ง ช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ 7. กะหล่ำปลีมีสารซูลโฟราฟาน สารนี้กระตุ้นเซลล์ของมนุษย์หรือสัตว์ให้ผลิตเอนไซม์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย สร้างชั้นป้องกันการโจมตีจากสารก่อมะเร็ง ถือเป็นสารต้านมะเร็งที่แรงที่สุดในผักที่พบมาจนถึงปัจจุบัน แพทย์แผนจีนเชื่อว่า กะหล่ำปลีมีรสหวาน สมดุล ช่วยรักษาอาการกระเพาะอาหารไม่สมดุล ท้องอืด ปวดท้อง โรคกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กอักเสบ ปวดท้อง ช่วยบรรเทาอาการปวดท่อน้ำดี ดังนั้น ผู้ที่มีโรคตับอักเสบเรื้อรังหรือแผลเรื้อรังควรกินบ่อยๆ ในแง่การปรุง ควรกินกะหล่ำปลีดิบเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด สามารถใช้ทำสลัด หรือคั้นเป็นน้ำดื่ม ถ้าทำสุก ก็ไม่ควรต้มนานเกินไป เพื่อไม่ให้สารอาหารที่มีประโยชน์สูญเสียไป
|