เช้าตรู่ ห้ามสูบบุหรี่ เมื่อตื่นนอน ระบบเผาผลาญยังไม่กลับสู่ระดับปกติ อัตราการหายใจช้า คาร์บอนไดออกไซด์สะสมในร่างกายมาก ถ้าสูบบุหรี่ในตอนนี้ หลอดลมจะหดตัวจากแรงกระตุ้นของควัน ทำให้การขับคาร์บอนไดออกไซด์ถูกรบกวน ทำให้เกิดอาการแน่นหน้าอก ปวดหัว อ่อนเพลีย ห้ามดื่มนมที่ท้องว่าง โปรตีนในนมต้องถูกย่อยในกระเพาะและลำไส้เล็กเป็นกรดอะมิโนก่อนจะดูดซึมในลำไส้เล็ก แต่ถ้าดื่มนมที่ท้องว่าง กระเพาะจะว่างเร็ว โปรตีนยังไม่ถูกดูดซึมก็ถูกขับออกสู่ลำไส้ใหญ่ ทำให้เสียประโยชน์ทางโภชนาการ และโปรตีนจะย่อยสลายในลำไส้ใหญ่กลายเป็นสารพิษ ห้ามอ่านหนังสือขณะขับถ่าย การขับถ่ายเป็นกระบวนการที่เกิดจากศูนย์ประสาทส่วนต่ำและส่วนสูงร่วมกัน หลายคนมีนิสัยหยิบหนังสือหรือหนังสือพิมพ์มาอ่าน นั่งขับถ่ายนานเป็นชั่วโมง ซึ่งการอ่านหนังสือขณะขับถ่ายจะทำให้ความรู้สึกขับถ่ายถูกรบกวน ทำให้ความไวของลำไส้ต่อการกระตุ้นจากอุจจาระลดลง ทำให้เกิดอาการท้องผูกได้ในระยะยาว ห้ามเลี้ยงนกในห้อง ปูนนกมีเชื้อไวรัสพิราบ แบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคที่เกี่ยวกับปอด และปรสิต หลังจากนกเหยียบปูน ไวรัสและเชื้อโรคจะลอยอยู่ในอากาศ ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพในห้อง ถ้าหายใจเข้าเป็นเวลานาน อาจทำให้เยื่อบุทางเดินหายใจอักเสบ ไอ น้ำมูกมาก ไข้ หรือในกรณีรุนแรง อาจเกิดปอดอักเสบและช็อก ห้ามอาบน้ำนานเกินไป ขณะอาบน้ำ น้ำร้อนจะปล่อยไอน้ำจำนวนมาก สารพิษในน้ำ เช่น ไตรคลอเรน ไตรคลอเมทาน ถูกระเหยไปมากกว่า 80% และ 50% ตามลำดับ สารพิษบางชนิดจะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายผ่านไอน้ำ แล้วเข้าสู่ระบบไหลเวียนโลหิต ซึ่งอันตรายมาก นอกจากนี้ การอาบน้ำในน้ำร้อนเป็นเวลานาน ยังไม่ดีต่อหัวใจ ห้ามปิดหน้าต่างขณะนอนหลับ เมื่อหลับ ร่างกายจะดูดซับออกซิเจน 300 มิลลิลิตรต่อนาที และปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ 250 มิลลิลิตรต่อนาที หากปิดหน้าต่าง ไม่ให้อากาศถ่ายเท ภายใน 3 ชั่วโมง คาร์บอนไดออกไซด์ในห้องจะเพิ่มขึ้นเกิน 3 เท่า แบคทีเรียและฝุ่นละอองอันตรายจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ดังนั้น ควรเปิดช่องหน้าต่างเล็กน้อย เพื่อให้อากาศบริสุทธิ์จากภายนอกไหลเข้ามา คาร์บอนไดออกไซด์ในห้องสามารถระบายออกได้
|