โดยทั่วไป ทุกฤดูกาลสามารถบำรุงได้ แต่ฤดูหนาวและฤดูใบไม้ร่วงเหมาะที่สุด เพราะเป็นช่วงที่หยินเพิ่มขึ้น หยางลดลง จึงควรปรับตัวตามธรรมชาติเพื่อเสริมหยิน ผลลัพธ์จะดีกว่าช่วงอื่น คล้ายกับดอกไม้แห้งที่กระหาย ดูแลหยินในฤดูร้อนเหมือนการรดน้ำตอนกลางวัน น้ำที่รดน้ำจะระเหยไปเกือบครึ่ง แต่ดูแลหยินในฤดูใบไม้ร่วงเหมือนการรดน้ำตอนเย็น น้ำที่รดน้ำจะไม่ระเหย แถมยังได้รับความชุ่มชื้นจากหยดน้ำค้างด้วย แพทย์จีนเชื่อว่า โรคเรื้อรังทำลายหยิน โรคเรื้อรังหลายชนิด เช่น เบาหวาน ไทรอยด์เป็นพิษ ความดันโลหิตสูง โรคไตเรื้อรัง ภาวะหมดประจำเดือน ล้วนมีอาการหยินบกพร่อง ดังนั้น การเสริมหยินและเติมเต็มพลังงานจึงเป็นหลักการสำคัญในการดูแลโรคเรื้อรัง น้ำเป็นแหล่งของหยิน ดังนั้น ควรดื่มน้ำมากขึ้นในฤดูหนาวและฤดูใบไม้ร่วง นอกเหนือจากน้ำดื่ม ยังสามารถบริโภคอาหารที่ช่วยเสริมหยิน เช่น หัวบีบ ปลา หัวหอม แครอท หัวบีบดำ หัวบีบขาว ถั่วเหลือง มันเทศ ผักกาด ดอกกะหลี มันฝรั่ง น้ำผึ้ง ลูกพลับ ถั่วเขียว โกฐจุฬาลัมพา วิปป์มัตต์ ปูนใหญ่ เป็นต้น ปัจจุบัน ผู้คนที่อาศัยอยู่ในอาคารคอนกรีตและเหล็ก ห่างจากพื้นดิน (โดยเฉพาะดิน) มากขึ้น ทำให้รับพลังงานจากโลก (หยิน) น้อยลง ซึ่งส่งผลต่อสมดุลหยินหยางในร่างกาย ทำให้หยินในร่างกายลดลง หยางเพิ่มขึ้น จึงทำให้คนมีอาการอักเสบ โรคที่เกิดจากความร้อนเพิ่มขึ้น ดังนั้น การเข้าสู่ธรรมชาติ เดินเล่นในทุ่งนา หมู่บ้าน หรือสวนสาธารณะ ล้วนช่วยเสริมหยิน และปรับสมดุลหยินหยางในร่างกาย อีกประการหนึ่ง คือ การดูแลหยิน ถ้าเหงื่อออกมากเกินไป จะทำลายหยินในร่างกาย ดังนั้น การป้องกันเหงื่อออกมากจึงเป็นหัวใจสำคัญของการดูแลหยิน ในการออกกำลังกายในฤดูหนาวและฤดูใบไม้ร่วง ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักเกินไป ป้องกันเหงื่อออกมาก
|