1. การกด (An Fa) ใช้นิ้วหัวแม่มือหรือฐานฝ่ามือกดลงบนตำแหน่งหรือจุดเฉพาะอย่างค่อยเป็นค่อยไป ใช้แรงกดและคงที่ไว้ ไม่ควรหยุดนิ่ง นี่เป็นเทคนิคที่ช่วยกระตุ้น ใช้ได้กับทุกส่วนของร่างกาย ในการใช้งานจริง แบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ การกดด้วยนิ้ว การกดด้วยฝ่ามือ และการกดด้วยข้อศอกงอ การกดด้วยนิ้ว: พื้นที่สัมผัสเล็ก ควบคุมความแรงได้ง่าย ไม่เพียงแต่ช่วยเปิดเส้นทางที่อุดตัน ขจัดความเย็น บรรเทาอาการปวด แต่ยังช่วยบำรุงผิวพรรณ จึงเป็นเทคนิคการนวดเพื่อสุขภาพที่ใช้บ่อยที่สุด เช่น การนวดจุดบนใบหน้าและดวงตา ทั้งยังช่วยดูแลสายตาได้ การกดด้วยฝ่ามือ: พื้นที่สัมผัสกว้าง แรงกดนุ่มนวล ใช้กับพื้นที่กว้างและเรียบ เช่น หลัง สะโพก หรือท้อง การกดด้วยข้อศอกงอ: ใช้ส่วนโคนข้อศอกที่โผล่ออกมา ดันลงบนผิวหนัง แรงกดแรง ใช้กับกล้ามเนื้อหนาแน่น เช่น สะโพก หรือหลัง ขณะใช้เทคนิคการกด ต้องแนบแน่นกับผิวหนัง ไม่เคลื่อนที่ ใช้แรงค่อยๆ เพิ่มขึ้น ห้ามใช้แรงดันแรงอย่างฉับพลัน การกดมักใช้ร่วมกับการนวด (Rou Fa) สร้างเทคนิคผสม “กด-นวด” คือ เมื่อแรงกดถึงจุดลึกแล้ว ให้ทำการนวดเบาๆ แบบเล็กๆ ช้าๆ ทำให้เทคนิคทั้งสองมีความแข็งแรงและนุ่มนวลในเวลาเดียวกัน 2. การถู (Mo Fa) ใช้ฝ่ามือหรือปลายนิ้วสัมผัสผิวหนัง ใช้ข้อมือพร้อมแขนข้างหน้าหมุนวนเป็นวงกลมอย่างมีจังหวะ แบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ การถูด้วยนิ้ว การถูด้วยฝ่ามือ และการถูด้วยฐานฝ่ามือ การถูด้วยนิ้ว: ใช้ผิวของนิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วring แตะผิวหนัง ใช้ข้อมือเป็นศูนย์กลาง หมุนวนอย่างมีจังหวะพร้อมฝ่ามือและนิ้ว การถูด้วยฝ่ามือ: ใช้ฝ่ามือสัมผัสผิวหนัง ใช้ข้อมือเป็นศูนย์กลาง หมุนวนอย่างมีจังหวะพร้อมฝ่ามือและนิ้ว การถูด้วยฐานฝ่ามือ: ใช้ฐานฝ่ามือใหญ่และเล็ก ถูบนร่างกาย ขณะถู นิ้วต่างๆ ยกขึ้นเล็กน้อย ข้อต่อระหว่างนิ้วและข้อต่อฝ่ามือโค้งเล็กน้อย ใช้ข้อมือแกว่งซ้าย-ขวา สามารถใช้มือทั้งสองข้างสลับกันได้ ขณะใช้เทคนิคการถู ต้องให้ข้อศอกงออย่างเป็นธรรมชาติ ข้อมือผ่อนคลาย นิ้วและฝ่ามือยืดตรงตามธรรมชาติ ต้องเคลื่อนไหวช้าและสอดคล้องกัน ความถี่ประมาณ 120 ครั้งต่อนาที เทคนิคนี้มีแรงกดเบาและนุ่มนวล ใช้กับบริเวณหน้าอก ท้อง หรือข้างลำตัว ถ้าใช้การถูเป็นประจำ บริเวณท้องและข้างลำตัว จะช่วยให้พลังงานในร่างกายไหลเวียนดี ช่วยเปิดหน้าอก ปรับสมดุลระบบย่อยอาหาร กระตุ้นความอยากอาหารได้ 3. การผลัก (Tui Fa) ใช้นิ้วทั้งสี่ข้างติดกัน แนบกับผิวหนัง ผลักกล้ามเนื้อขึ้นหรือไปทางด้านข้าง แบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ การผลักแบบราบ การผลักแบบตรง การผลักแบบหมุน และการผลักแบบรวมกัน ขอยกตัวอย่างการผลักแบบราบ ซึ่งแบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ การผลักแบบนิ้วราบ การผลักแบบฝ่ามือราบ และการผลักแบบข้อศอกราบ: (1) การผลักแบบนิ้วราบ: ใช้ผิวของนิ้วหัวแม่มือ นิ้วอื่นๆ แยกออกช่วย ผลักตามแนวเส้นลมปราณหรือขนกล้ามเนื้อ ใช้กับบริเวณไหล่ หลัง หน้าอก ท้อง สะโพก และแขนขา (2) การผลักแบบฝ่ามือราบ: ใช้ฝ่ามือราบแนบกับผิวหนัง ใช้ฐานฝ่ามือเป็นจุดสำคัญ ผลักไปในทิศทางหนึ่ง หรือใช้ฝ่ามือสองข้าง叠กันผลักไปในทิศทางเดียวกัน ใช้กับบริเวณที่กว้าง (3) การผลักแบบข้อศอกราบ: งอข้อศอก ใช้ส่วนโคนข้อศอกที่โผล่ออกมาผลักไปในทิศทางหนึ่ง แรงกดแรง ใช้กับกล้ามเนื้อหนาแน่น เช่น สะโพก หรือด้านข้างกระดูกสันหลังเส้นบลัฟฟ์ ขณะใช้เทคนิคการผลัก นิ้ว ฝ่ามือ หรือข้อศอกต้องแนบกับผิวหนัง ใช้แรงคงที่ ความเร็วต้องช้าและสม่ำเสมอ เทคนิคนี้ใช้ได้กับทุกส่วนของร่างกาย ช่วยเพิ่มความตื่นตัวของกล้ามเนื้อ กระตุ้นการไหลเวียนเลือด และช่วยคลายเส้นเอ็นได้ 4. การดึง (Na Fa) หมายถึง การดึงและยกขึ้น ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ นิ้วกลาง จับบริเวณที่ต้องการ ใช้แรงตรงกันข้าม ดึงและกดสลับกัน ใช้เทคนิคนี้ ข้อมือต้องผ่อนคลาย ใช้ปลายนิ้ว ต้องเคลื่อนไหวช้าๆ ต่อเนื่อง ไม่หยุดชะงัก ใช้แรงค่อยๆ เพิ่มขึ้น แล้วค่อยๆ ลดลง ห้ามใช้แรงฉับพลัน นี่เป็นเทคนิคการนวดเพื่อสุขภาพที่ใช้บ่อย ช่วยขจัดลม บรรเทาอาการปวด คลายเส้นเอ็น ช่วยเปิดเส้นทาง ใช้กับบริเวณคอ ไหล่ แขนขา หรือจุดเฉพาะ และมักใช้เป็นเทคนิคสุดท้ายของการนวด 5. การนวด (Rou Fa) ใช้ผิวหนังของนิ้วหรือฝ่ามือ ยึดแน่นที่จุดเฉพาะ นวดวนเบาๆ ช้าๆ แบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ การนวดด้วยนิ้ว การนวดด้วยฐานฝ่ามือใหญ่ และการนวดด้วยฝ่ามือ ① การนวดด้วยนิ้ว: ใช้ผิวของนิ้วหัวแม่มือ นิ้วกลาง นิ้วชี้ หรือนิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้ว ring จับจุดหรือบริเวณเฉพาะ นวดวนเบาๆ ขนาดเล็กๆ อย่างช้าๆ ② การนวดด้วยฐานฝ่ามือใหญ่: ใช้ฐานฝ่ามือใหญ่ ยึดแน่นที่บริเวณหรือจุดเฉพาะ นวดวนเบาๆ อย่างช้าๆ ③ การนวดด้วยฝ่ามือ: ใช้ฐานฝ่ามือ ผ่อนคลายข้อมือ ใช้ข้อมือเป็นศูนย์กลาง นวดวนเล็กๆ อย่างช้าๆ การนวดเป็นเทคนิคที่ใช้บ่อยในการนวดเพื่อสุขภาพ ช่วยเปิดหน้าอก ปรับสมดุล ขจัดของเสีย บรรเทาอาการบวมและปวด ใช้ได้กับทุกส่วนของร่างกาย เช่น การนวดจุดชงจาง หรือการนวดท้องร่วมกับเทคนิคอื่นๆ ช่วยดูแลระบบย่อยอาหารได้ดี 6. การถู (Ca Fa) ใช้ฐานฝ่ามือใหญ่ ฐานฝ่ามือเล็ก หรือส่วนปลายฝ่ามือ ถูบนบริเวณเฉพาะ ให้เกิดความร้อน วิธีนี้ช่วยเสริมพลังงาน บำรุงเลือด คลายเส้นเอ็น ขจัดลมหนาว ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น มีผลดีต่อสุขภาพ 7. การจิ้ม (Dian Fa) ใช้ปลายนิ้วหัวแม่มือ หรือปลายนิ้วกลาง นิ้วชี้ นิ้วหัวแม่มือ จิ้มที่บริเวณหรือจุดเฉพาะ ช่วยเปิดเส้นทางที่อุดตัน บรรเทาอาการปวด ปรับสมดุลอวัยวะ ใช้รักษาอาการปวดท้อง ปวดขา ปวดหลัง เป็นต้น 8. การตี (Ji Fa) ใช้ด้านหลังมือ ฐานฝ่ามือ ด้านข้างฝ่ามือเล็ก ปลายมือ หรือไม้ต้นสนตีบริเวณผิวหนัง แบ่งเป็น 4 ประเภท ได้แก่ การตีด้วยมือ ตีด้วยฝ่ามือเล็ก ตีด้วยปลายมือ และตีด้วยไม้ ช่วยคลายเส้นเอ็น ปรับสมดุลเลือด ใช้แรงตีเร็วและสั้น ตีลงผิวหนังอย่างตรง ไม่ควรดึงหรือถูขณะตี ความเร็วต้องสม่ำเสมอและมีจังหวะ ตัวอย่างเช่น การตีด้วยมือใช้กับหลัง คอ การตีด้วยฝ่ามือใช้กับศีรษะ สะโพก และแขนขา การตีด้วยด้านข้างใช้กับหลัง สะโพก และแขนขา การตีด้วยปลายมือใช้กับศีรษะ หน้าอก ท้อง การตีด้วยไม้ใช้กับศีรษะ หลัง และแขนขา 9. การขยี้ (Cuo Fa) ใช้ฝ่ามือหรือด้านข้างมือ จับบริเวณเฉพาะ ใช้แรงคู่กันขยี้อย่างรวดเร็ว พร้อมเคลื่อนไหวขึ้น-ลง ช่วยปรับสมดุลเลือด คลายเส้นเอ็น ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ใช้กับแขนขาและข้างลำตัว ขณะใช้ต้องใช้แรงสมดุลกันทั้งสองมือ ขยี้เร็ว แต่เคลื่อนไหวช้า 10. การบิด (Nian Fa) ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ของมือหนึ่ง จับนิ้วมืออีกมือ บิดแรงสลับกัน ช่วยคลายเส้นเอ็น คลายข้อต่อ ใช้กับนิ้วมือ หลังมือ และนิ้วเท้า ต้องเคลื่อนไหวคล่องตัว รวดเร็ว ห้ามใช้แรงหยุดนิ่ง 11. การกด (Qia Fa) ใช้ปลายเล็บของนิ้วหัวแม่มือหรือนิ้วชี้ กดที่จุดเฉพาะอย่างต่อเนื่อง ใช้ร่วมกับการนวด เช่น การกด-นวดจุดชงจาง ต้องกดก่อน แล้วค่อยนวด ช่วยเปิดเส้นทาง สงบจิตใจ ช่วยให้ตื่นตัว ช่วยเปิดจุดเฉพาะได้ 12. การสั่น (Dou Fa) ใช้มือทั้งสองข้างจับปลายแขนหรือขาของผู้ป่วย ใช้แรงเบาๆ ทำให้สั่นขึ้น-ลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ข้อต่อรู้สึกคลายตัว แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ การสั่นแขน และการสั่นขา ช่วยคลายเส้นเอ็น คลายข้อต่อ ใช้ร่วมกับการขยี้ ใช้เป็นเทคนิคสุดท้าย ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกผ่อนคลาย หลังฝึกฝนและเข้าใจเทคนิคทั้งหมดแล้ว ควรเข้าใจเนื้อหาหลักของการนวดเพื่อสุขภาพด้วยตนเอง ซึ่งมีดังนี้ ควรทำตามลำดับดังต่อไปนี้: (a) ทำความสะอาดปาก ปิดริมฝีปากเบาๆ ใช้ลิ้นถูบริเวณฟันและริมฝีปาก หมุนขวา-ซ้าย ครั้งละ 30 ครั้ง (b) กระแทกฟัน ปิดริมฝีปากเบาๆ ตีฟันบน-ล่างอย่างมีจังหวะ ประมาณ 35 ครั้ง (c) ถูมือ ใช้มือทั้งสองข้างถูเข้าหากัน ค่อยๆ เร็วขึ้น ประมาณ 30 ครั้ง จนร้อนมือ (d) ถูหน้า ใช้มือที่ร้อนแล้วถูหน้า นิ้วโค้งเล็กน้อย นิ้วทั้งห้ารวมกัน ใช้มือทั้งสองข้างคลุมหน้า ถูจากหน้าผากลงมา คล้ายการล้างหน้า 30 ครั้ง (e) นวดดวงตา ใช้นิ้วกลางทั้งสองข้าง จับที่จุดดวงอาทิตย์ หมุนวน หมุนตามเข็มนาฬิกา แล้วหมุนทวนเข็มนาฬิกา ครั้งละ 7–8 ครั้ง (f) จิ้มจุดชิงมิง ใช้นิ้วชี้ทั้งสองข้าง จิ้มที่จุดชิงมิงทั้งสองข้าง ประมาณ 20 ครั้ง (g) นวดตา ใช้นิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้ว ring จับขอบตา หมุนวน หมุนจากด้านในไปด้านนอก แล้วหมุนจากด้านนอกไปด้านใน ครั้งละ 7–8 ครั้ง (h) นวดจุดซีหยาง ใช้นิ้วชี้ทั้งสองข้าง จับที่จุดซีหยางทั้งสองข้าง หมุน ทั้งตามเข็มนาฬิกาและทวนเข็มนาฬิกา ครั้งละ 15 ครั้ง (i) หวีผม งอหัว ใช้ปลายมือสัมผัสหนังศีรษะ หวีจากหน้าผากไปยังด้านหลังศีรษะ ประมาณ 25 ครั้ง (j) ตีหัวฟ้า (Ming Tian Gu) ใช้ฝ่ามือทั้งสองข้าง ปิดหู ใช้นิ้วกลางทั้งสองข้าง ตีเบาๆ ที่กระดูกหลังศีรษะ 15 ครั้ง แล้วปิดหูด้วยฝ่ามือ นิ้วกลางกดที่กระดูกหลังศีรษะ แล้วดึงขึ้นทันที ทำเปิด-ปิดเสียง 15 ครั้ง แล้วใช้นิ้วกลางหรือนิ้วชี้ ใส่เข้าไปในหู หมุน 3 ครั้ง แล้วดึงออกทันที ทำทั้งหมด 3–5 ครั้ง (k) นวดหน้าอก ใช้มือทั้งสองข้าง จับบริเวณด้านนอกของเต้านม นวดวน ทั้งตามเข็มนาฬิกาและทวนเข็มนาฬิกา ครั้งละ 10 ครั้ง (l) ดึงกล้ามเนื้อไหล่ ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้-กลางของมือขวา ดึงกล้ามเนื้อไหล่ด้านซ้าย แล้วใช้มือซ้ายดึงกล้ามเนื้อไหล่ด้านขวา ทำสลับกัน ครั้งละ 10–15 ครั้ง (m) ถูจุดตานียน ใช้นิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้ว ring ของมือขวา ถูบริเวณท้องน้อย รอบจุดตานียน ทั่วไปประมาณ 30–50 ครั้ง (n) ถูหลัง ใช้มือทั้งสองข้างถูให้ร้อน แล้วจับที่เอว ถูลงมาจนถึงก้น ใช้มือซ้าย-ขวาสลับกัน ทำทั้งสองด้าน ครั้งละ 30 ครั้ง (o) จิ้มจุดฮวงทิ่ว ใช้นิ้วหัวแม่มือซ้าย จิ้มจุดฮวงทิ่วด้านซ้าย แล้วใช้นิ้วหัวแม่มือขวา จิ้มจุดฮวงทิ่วด้านขวา ทำสลับกัน ครั้งละ 10 ครั้งต่อข้าง (p) ถูต้นขา ใช้มือทั้งสองข้างกอดต้นขาข้างหนึ่ง ถูจากด้านบนลงมาที่เข่า แล้วถูกลับขึ้นมาที่ต้นขา ทำสลับกัน ครั้งละ 20 ครั้ง (q) นวดกล้ามเนื้อต้นขา ใช้มือทั้งสองข้าง จับกล้ามเนื้อต้นขาข้างหนึ่ง นวดวน ครั้งละ 20–30 ครั้งต่อข้าง (r) ถูจุดหยงชวาน ใช้มือทั้งสองข้างถูให้ร้อน แล้วใช้นิ้วกลางสามข้างของมือขวา ถูฝ่าเท้าด้านซ้าย รอบจุดหยงชวาน ทั่วไปประมาณ 30–50 ครั้ง จนฝ่าเท้าร้อน แล้วใช้นิ้วกลางสามข้างของมือซ้าย ถูฝ่าเท้าด้านขวาให้ร้อน การนวดทั้งหมดนี้มีประโยชน์ต่อสุขภาพต่างกัน เช่น การกระแทกฟัน ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดรอบฟัน ช่วยให้ฟันแข็งแรง ป้องกันโรคฟันบางชนิด การเคลื่อนไหวลิ้น ช่วยนวดเยื่อเมือกในช่องปากและเหงือก กระตุ้นการหลั่งน้ำลาย ช่วยย่อยอาหาร การถูหน้า ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดบนใบหน้า ช่วยคงความยืดหยุ่นและความตึงของผิวหน้า การตีหัวฟ้า ช่วยป้องกันอาการเวียนศีรษะ คอแข็ง ฯลฯ การนวดท้อง ช่วยปรับการไหลเวียนเลือดในช่องท้อง กระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ ช่วยย่อยอาหาร การถูจุดหยงชวาน ไม่เพียงแต่ช่วยปรับการไหลเวียนเลือดท้องถิ่น ช่วยให้เดินได้ดี แต่ยังช่วยป้องกันอาการนอนไม่หลับ หัวใจเต้นผิดจังหวะ ฯลฯ ดังนั้น การฝึกฝนท่าเหล่านี้ทุกวัน จึงมีคุณค่าต่อการดูแลสุขภาพ ป้องกันโรคอย่างแท้จริง นอกจากนี้ หนังสือ “การนวดจุดเพื่อสุขภาพตนเอง” ของหลี่เย่ปู ยังมี “การออกกำลังกายการนวดเพื่อสุขภาพตนเอง” ที่มีคุณค่าในการอ้างอิง ดังนี้: 1. หายใจลึกๆ 10 ครั้ง ทำให้พลังงานทั่วร่างกายไหลเวียนดี; 2. นวดจุดชิงมิงทั้งสองข้าง 20 ครั้ง; 3. ถูขอบตาทั้งสองข้าง 10 ครั้ง; 4. นวดจุดอินตัง 20 ครั้ง; 5. นวดจุดซีหยางทั้งสองข้าง 15 ครั้ง; 6. ผลักหน้าผากทั้งสองข้าง 20 ครั้ง; 7. ผลักจุดหยิงเซียงทั้งสองข้าง 20 ครั้ง; 8. ผลักจุดติงกงทั้งสองข้าง 20 ครั้ง; 9. ผลักแก้มทั้งสองข้าง 20 ครั้ง; 10. นวดจุดเปาฮุยทั้งสองข้าง 20 ครั้ง; 11. นวดจุดเฟิงชิทั้งสองข้าง 20 ครั้ง; 12. ถูจุดต่าจวงทั้งสองข้าง 15 ครั้ง; 13. นวดจุดเป่าชูทั้งสองข้าง 20 ครั้ง; 14. นวดจุดเปี้ยชูทั้งสองข้าง 30 ครั้ง; 15. นวด-ถูจุดเชินชูทั้งสองข้าง 40 ครั้ง; 16. ถูบริเวณกระดูกสันหลังทั้งสองข้าง 30 ครั้ง; 17. นวดจุดเชียนจงทั้งสองข้าง 20 ครั้ง; 18. ถูจุดชงจางทั้งสองข้าง 40 ครั้ง; 19. นวดจุดเชี่ยไฮทั้งสองข้าง 30 ครั้ง; 20. ถูบริเวณหน้าอกทั้งสองข้าง 20 ครั้ง; 21. ถูจุดจางเมนทั้งสองข้าง 30 ครั้ง; 22. ถูบริเวณท้องน้อยทั้งสองข้าง 30 ครั้ง; 23. นวด-ดึงไหล่ทั้งสองข้าง 20 ครั้ง; 24. ดึง-นวดจุดชุ่ยหยูทั้งสองข้าง 20 ครั้ง; 25. นวดจุดซานลี่ทั้งสองข้าง 10 ครั้ง; 26. ดึงจุดเนี่ยง-วายกวนทั้งสองข้าง 10 ครั้ง; 27. ดึง-นวดจุดเหอเกว่ทั้งสองข้าง 20 ครั้ง; 28. ถูแขนทั้งสองข้าง 7–10 ครั้ง; 29. บิดนิ้วมือทั้งสองข้าง 3 ครั้ง; 30. จิ้มจุดเฟิงชีทั้งสองข้าง 20 ครั้ง; 31. นวดจุดเซี่ยไหทั้งสองข้าง 10 ครั้ง; 32. ดึงจุดอิน-หยางหลิงชวานทั้งสองข้าง 10 ครั้ง; 33. นวดจุดจุ่ยซานลี่ทั้งสองข้าง 20 ครั้ง; 34. นวดจุดซานอินเจียทั้งสองข้าง 10 ครั้ง; 35. ตีขาทั้งสองข้าง 10 ครั้ง; 36. ถูขาทั้งสองข้าง 10 ครั้ง. การนวดและประคบที่กล่าวมา ซึ่งเรียกว่า “การนวดแบบมีส่วนร่วม” ให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างสุขภาพ ป้องกันโรค และยืดอายุ ถ้าแพทย์นวดผู้ป่วย เรียกว่า “การนวดแบบไม่ร่วมมือ” ใช้เพื่อรักษาโรค การนวดมีลักษณะ “พิสูจน์ได้ สะดวก ประหยัด” โดยเฉพาะการนวดตนเอง ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์หรือสภาพแวดล้อม ไม่ต้องใช้เข็มหรือยา แต่สามารถบรรเทาโรคและเสริมสร้างสุขภาพได้ จึงได้รับความนิยมจากประชาชนทั่วไป และควรเรียนรู้และนำไปใช้
|