อาการบาดเจ็บเอวเฉียบพลัน หรือที่เรียกว่า "หักเอว" "หักลม" ตามวิทยาการแพทย์จีน คือ สาเหตุจากกระดูกเอวหัก ทำให้พลังงานอุดตัน เลือดคั่ง ทำให้เส้นลมปราณอุดตัน ตามวิทยาการแพทย์ตะวันตก อาการบาดเจ็บเอวเฉียบพลันมักทำให้กล้ามเนื้อ แผ่นเยื่อ สายเอ็น ข้อต่อ ฯลฯ ฉีกขาด ทำให้เส้นเอ็น สายเอ็นบางส่วนขาด ข้อต่อเล็ก ๆ ของกระดูกสันหลังเคลื่อน แผ่นเยื่อติด ขัด บาดเจ็บ ทำให้เกิดเลือดคั่งในเนื้อเยื่อ ทำให้ปวด กล้ามเนื้อเกร็ง ถ้าไม่รักษาทันเวลา ทำให้เกิดการเปลี่ยนเป็นเนื้อเยื่อเส้นใย กลายเป็นแผลเป็น ติดกัน ทำให้การไหลเวียนของเลือดถูกรบกวน กล้ามเนื้อส่วนที่บาดเจ็บเกิดการเสื่อม กลายเป็นอาการปวดหลังเรื้อรังที่รักษาไม่หาย อาการบาดเจ็บเฉียบพลันที่เอว รวมถึงการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ สายเอ็น และข้อต่อ 90% เกิดที่บริเวณเอว-ก้น และข้อต่อเอว-ก้น บริเวณเอว-ก้นเป็นสะพานเชื่อมระหว่างร่างกายส่วนบนกับขา รับน้ำหนักมาก เคลื่อนไหวบ่อย โอกาสบาดเจ็บจากกิจกรรมต่าง ๆ จึงมาก อาการบาดเจ็บที่พบบ่อย ได้แก่ กล้ามเนื้อเอวหดตัว สายเอ็นระหว่างหมุดกระดูกสันหลังหัก ข้อต่อเอวหัก แผ่นเยื่อติด หรือขัดเล็กน้อย ข้อต่อเอว-ก้นหัก การรักษาอาการบาดเจ็บเอวเฉียบพลันจากการออกกำลังกาย ใช้เทคนิคการนวดแรง พร้อมกระตุ้นเส้นลมปราณ ซึ่งอาการปวดหลังเกี่ยวข้องกับเส้นหลังและเส้นบลัฟฟ์ ซึ่งทั้งสองเส้นนี้อยู่ด้านหลัง วิธีนวดสามารถปรับสมดุลพลังงานหยิน-หยางของร่างกาย คลายเส้นลมปราณ ปรับสมดุลพลังงานและเลือด คลายเลือดคั่ง คลายกล้ามเนื้อเกร็ง ลดบวม บรรเทาอาการปวด จัดโครงสร้างกล้ามเนื้อ ปรับข้อต่อ แยกเนื้อเยื่อติด กระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและกระบวนการเมตาบอลิซึม ช่วยให้เนื้อเยื่อที่บาดเจ็บฟื้นตัว ทำให้ร่างกายกลับสู่โครงสร้างทางกายวิภาคและหน้าที่ทางสรีรวิทยาปกติได้อย่างรวดเร็ว (1) การนวด (Rou Fa): ผู้ปฏิบัติใช้รากฝ่ามือข้างขวา แนบกับจุดปวดที่เอว นวดวน แรงเพิ่มขึ้นค่อยเป็นค่อยไป แรงถึงเนื้อเยื่อชั้นลึกประมาณ 5 นาที (2) การกดจุด (Dian An Fa): ภายหลังการนวด ผู้ปฏิบัติใช้ปลายหัวแม่มือกดจุดปวดที่เอว แรงเพิ่มขึ้นค่อยเป็นค่อยไป แรงถึงเนื้อเยื่อชั้นลึก ขณะกดต้องมีการหยุดพักเป็นระยะ เพื่อให้เลือดกลับมาไหลเวียน ป้องกันการบาดเจ็บรุนแรงขึ้น ซึ่งเรียกว่า "เทคนิคกดจุดปวดแรงสูง" (3) การจับและดึงกล้ามเนื้อที่เอว: ใช้หัวแม่มือและนิ้วอื่น ๆ ทั้งสองมือ ใช้แรงตรงกันข้าม ดึงขึ้น ทิศทางตั้งฉากกับเส้นกล้ามเนื้อ ตั้งแต่เอวที่ 1 ถึงบริเวณเอว-ก้น ดึงจากบนลงล่าง แรงเบาเริ่มต้น ค่อย ๆ เพิ่มแรง ดึงด้านที่แข็งแรงก่อน แล้วดึงด้านที่บาดเจ็บ จุดสำคัญคือ กล้ามเนื้อซีรีส์ที่ด้านข้างกระดูกสันหลัง และจุดที่ปวดมากที่สุด ดึงซ้ำประมาณ 3 นาที (4) การผลักและนวดคลายกล้ามเนื้อ: ใช้รากฝ่ามือหรือส่วนเล็กของฝ่ามือ นวดบริเวณที่บาดเจ็บเป็นรูปครึ่งวงกลม ตั้งแต่บนลงล่าง ด้านที่แข็งแรงก่อน แล้วด้านที่บาดเจ็บ นวดไปพร้อมกับเคลื่อนที่ จนรู้สึกอุ่นที่ผิวหนัง (ประมาณ 2 นาที) แล้วผู้ปฏิบัติยืนอยู่ด้านขวาของผู้ป่วย ใช้รากฝ่ามือและส่วนเล็กของฝ่ามือแนบกับผิวหนังบริเวณเอว ใช้แรงจากรากฝ่ามือ นวดคล้ายปลาหางโบก ตั้งแต่ล่างขึ้นบน ด้านที่แข็งแรงก่อน แล้วด้านที่บาดเจ็บ จุดสำคัญอยู่ที่ด้านที่บาดเจ็บ นวดซ้ำ 8–12 ครั้ง (5) การดันเอวในมุมเอียง: ผู้ป่วยนอนตะแคง ทั้งสองมือข้ามกันไว้ที่หน้าอก ขาข้างบนตรง ขาข้างล่างโค้งที่สะโพกและหัวเข่า ผู้ปฏิบัติยืนด้านหลังผู้ป่วย หนึ่งมือจับข้อมือผู้ป่วย อีกมือใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางจับกางเกงผู้ป่วย ใช้รากฝ่ามือและส่วนเล็กของฝ่ามือแนบกับก้นผู้ป่วย ใช้แรงเบา ๆ ดึงก่อน ให้ผู้ป่วยเตรียมตัว แล้วหนึ่งมือดึงไหล่ผู้ป่วยไปข้างหลัง หนึ่งมือผลักก้นผู้ป่วยไปข้างหน้า ขณะนั้นจะได้ยินเสียง "กั๊ก" จากเอว ซึ่งเป็นสัญญาณสำคัญว่าเทคนิคนี้สำเร็จ (6) การสั่นและสั่นสะเทือน: ผู้ป่วยยังคงอยู่ในท่าเดิม จับราวเตียงด้วยมือทั้งสองข้าง ผ่อนคลายกล้ามเนื้อทั้งร่างกาย ผู้ปฏิบัติยืนด้านหลังผู้ป่วย จับข้อเท้าทั้งสองข้าง ดึงและสั่นสะเทือน ทำให้ร่างกายลอยขึ้นเป็นลักษณะคลื่น ทำซ้ำ 3–5 ครั้ง หลังการรักษาด้วยเทคนิคเหล่านี้ อาการเกร็งของกล้ามเนื้อเอวจะคลาย อาการปวดลดลง ผู้ป่วยสามารถลุกขึ้นเคลื่อนไหวเอวเบา ๆ ถ้ายังปวดมาก ควรทำซ้ำเทคนิคการรักษาตามความเหมาะสม หลังหายดี ควรเสริมสร้างความยืดหยุ่นของเอว และฝึกกล้ามเนื้อหน้าท้อง-เอว เพื่อป้องกันการบาดเจ็บเอวซ้ำอีก เทคนิคต่าง ๆ แต่ละอย่างมีประโยชน์เฉพาะตัว หากอาการปวดจำกัดเฉพาะจุด ควรใช้เทคนิคกดจุดเป็นหลัก ถ้าอาการปวดกระจาย ควรใช้เทคนิคดึง หรือกด-นวด ใช้ร่วมกันอย่างเหมาะสม ผลลัพธ์จะดีขึ้น เทคนิคการรักษาอาการบาดเจ็บเอวเฉียบพลันนี้ ใช้ง่าย ได้ผลดี ใช้เวลาน้อย ควรเผยแพร่ต่อไป
|