การศึกษาสองชิ้นจากโรงพยาบาลฮาร์วาร์ดในสหรัฐอเมริกา ชี้ว่า ผู้ที่กินถั่วเหลืองบ่อย ๆ มีโอกาสน้อยที่จะเป็นหินปูนในถุงน้ำดี และมีโอกาสต้องผ่าตัดน้อยลง กลุ่มนักวิจัยจากโรงพยาบาลฮาร์วาร์ด ได้ทำการสำรวจติดตามผล 12 ปี ในกลุ่มชายวัยกลางคนจำนวน 43,823 คน พบว่า ผู้ที่กินถั่วเหลืองหรืออาหารประเภทถั่วเป็นประจำ อย่างน้อยสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง ต่างจากผู้ที่ไม่กินหรือกินน้อย ความเสี่ยงต่อการเป็นหินปูนในถุงน้ำดีลดลง 30% ในงานวิจัยอีกชิ้นหนึ่ง นักวิจัยได้ทำการสำรวจติดตามผล 20 ปี ในกลุ่มหญิงวัยกลางคนจำนวน 80,718 คน ระหว่างการสำรวจพบว่า มี 7,831 คน ต้องผ่าตัดถุงน้ำดี หลังจากวิเคราะห์พฤติกรรมการกินอาหารของกลุ่มตัวอย่าง พบว่า ผู้หญิงที่กินถั่วเหลืองมากกว่า 5 ออนซ์ต่อสัปดาห์ ต่างจากผู้ที่ไม่กินหรือกินน้อย ความเสี่ยงต่อการผ่าตัดถุงน้ำดีลดลง 20% ส่วนใหญ่ของหินปูนในถุงน้ำดีเป็นหินชนิดคอเลสเตอรอล เมื่อการเผาผลาญไขมันในร่างกายผิดปกติ สมดุลของคอเลสเตอรอล น้ำดี และฟอสโฟลิปิดในน้ำดีจะเสียสมดุล ทำให้คอเลสเตอรอลตกตะกอนกลายเป็นหินปูน ซึ่งอาจเป็นเพราะถั่วเหลืองมีบทบาทในการควบคุมการเผาผลาญไขมัน
|