ปลาและเต้าหู้เป็นอาหารที่คนทั่วไปชอบ งานวิจัยพบว่า การกินคู่กันไม่เพียงแต่ช่วยเสริมคุณค่าทางโภชนาการ ยังมีผลดีต่อการป้องกันและรักษาโรคได้ ในแง่สารอาหาร ปลาและเต้าหู้มีคุณสมบัติเฉพาะตัว: ปลาเป็นแหล่งอาหารที่มีคุณค่าสูง โปรตีนสูงถึง 17.3% พร้อมแร่ธาตุอย่างฟอสฟอรัส แคลเซียม เหล็ก ไขมัน และวิตามินดี ซึ่งมีปริมาณสูง ขณะที่เต้าหู้เป็นอาหารที่มีประโยชน์ทั้งทางอาหารและยา มีคุณสมบัติเสริมพลังงาน บำรุงร่างกาย แถมแคลเซียมสูงมาก งานวิจัยพบว่า ทุก 100 กรัมเต้าหู้มีแคลเซียม 140–160 มิลลิกรัม ทำไมต้องกินคู่กัน? ประการแรก โปรตีนในปลาและเต้าหู้เป็นโปรตีนไม่สมบูรณ์ เต้าหู้ขาดกรดอะมิโนเอ็นโดซินและไลซีน ซึ่งมีอยู่ในเนื้อปลาอย่างมาก ขณะที่โปรตีนในเนื้อปลาขาดฟีนิลอะลานีน แต่เต้าหู้มีมาก จึงช่วยเติมเต็มกันได้ ประการที่สอง การกินปลาพร้อมเต้าหู้ ช่วยเพิ่มการดูดซึมแคลเซียมจากเต้าหู้ในร่างกายได้มากขึ้น เต้าหู้มีแคลเซียมสูง แต่กินเพียงอย่างเดียวไม่ช่วยให้ร่างกายดูดซึมได้ดี ปลาอุดมไปด้วยวิตามินดี ซึ่งมีฤทธิ์ทางชีวภาพ ช่วยเพิ่มอัตราการดูดซึมแคลเซียมได้มากกว่า 20 เท่า จึงเหมาะกับเด็กที่เสี่ยงต่อโรคกระดูกอ่อน และผู้หญิงและผู้สูงอายุที่เสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน นอกจากนี้ ปลาอุดมไปด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัว ขณะที่โปรตีนเต้าหู้มีสารสกัดจากถั่วเหลือง ทั้งสองชนิดช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล จึงช่วยป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดสมองได้ วิธีกินปลาพร้อมเต้าหู้มีหลายแบบ หนึ่งในนั้นคือ ซุปหัวปลาเต้าหู้ ที่นิยมกินกัน วิธีทำง่าย: ทอดหัวปลาให้สุกก่อน แล้วใส่น้ำ ใส่เต้าหู้ต้มจนสุก ซุปจะกลายเป็นสีขาวขุ่น คล้ายนม ตัวเต้าหู้นุ่ม ไม่เลี่ยน ถ้าเป็นผู้หญิง ควรเลือกปลาแซลมอนกับเต้าหู้ ช่วยบำรุงผิว ถ้าทำแบบผัด ให้เลือกปลาไหล
|