คำพูดที่ว่า “สามก๊กบำรุงร่างกายหนึ่งฤดูหนาว ปีหน้าไม่มีโรค” บอกว่า การบำรุงร่างกายในฤดูหนาวที่หนาวเย็นนี้เป็นสิ่งจำเป็นมาก ไม่เพียงแต่ต้องบำรุงจากรูปแบบอาหาร แต่ยังต้องบำรุงจากรูปแบบการกินผลไม้ด้วย ฤดูหนาวนี้ควรปรับสภาพร่างกายให้ดีที่สุด ทั้งยังสามารถกินเพื่อสุขภาพและสวยได้ด้วย ฤดูหนาวอากาศเย็นและแห้ง ทำให้รู้สึกแห้งที่จมูก คอ ผิวหนัง ง่ายต่อการเกิดอาการอักเสบ ดังนั้นการกินผลไม้ทุกวันจึงช่วยบำรุงร่างกาย ช่วยให้ชุ่มชื้น ลดความร้อน ช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่เพียงพอ ทำให้รู้สึกสดชื่นและสบายทันที แตงกวาแตงกวาเป็นผลไม้ที่เหมาะที่สุดในฤดูหนาว มีกรดแอปเปิ้ล ซิตริก กลูโคส ฟรุกโตส แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก และวิตามินหลายชนิด แตงกวาช่วยชุ่มคอ สร้างน้ำในร่างกาย บรรเทาอาการไอ บำรุงลำไส้ ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยที่มีไข้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูหนาว หรือผู้ที่มีความร้อนภายในร่างกาย โดยเฉพาะสำหรับบรรเทาอาการไอจากความร้อนในปอด โรคไข้ในเด็ก คอแห้ง ปวดคอ ท้องอืด ฯลฯ นอกจากนี้ แตงกวาช่วยลดความดันโลหิต สงบประสาท ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ถ้ามีอาการเวียนหัว หูอื้อ หัวใจเต้นเร็ว ควรกินแตงกวาเป็นประจำ เพื่อลดอาการ แตงกวาอุดมไปด้วยน้ำตาลและวิตามิน ช่วยป้องกันตับ ช่วยย่อยอาหาร แต่เนื่องจากแตงกวาเย็น ผู้ที่มีกระเพาะอาหารอ่อนแอ ย่อยยาก หรือผู้ที่เพิ่งคลอดบุตร ไม่ควรกินมากเกินไป - ปริมาณที่เหมาะสม: กินแตงกวา 1 ลูกต่อวัน คือปริมาณที่ร่างกายดูดซึมได้ดีที่สุด - เวลากินที่เหมาะสม: 2–3 ชั่วโมงหลังอาหาร เป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุด - วิธีกิน: ล้างให้สะอาดกินได้ทันที หรือใช้น้ำตาลทรายกับแตงกวาหั่นเป็นชิ้น ต้มเป็นน้ำแตงกวา ช่วยชุ่มคอ บรรเทาความกระหาย หรือคั้นน้ำแตงกวาดื่มก็ได้ สตรอเบอร์รี่สตรอเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ถูกเรียกว่า "ราชาผลไม้" มีกรดอะมิโน 10 ชนิด เช่น ไลซีน ฟีนิลอะลานีน อิสโซเลวซีน ไทโรซีน อะลานีน ฯลฯ รวมถึงแร่ธาตุสำคัญ ได้แก่ แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก รวมถึงแคโรทีนอยด์และวิตามินหลายชนิด สตรอเบอร์รี่มีบทบาทสำคัญในการรักษาสุขภาพ ป้องกันโรค ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนในผู้สูงอายุ ป้องกันการสะสมของคอเลสเตอรอล จึงช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดแข็งตัว ยังช่วยปรับปรุงการทำงานของหัวใจ ป้องกันโรคหัวใจ ฯลฯ ยังช่วยต้านมะเร็งได้บ้าง ยังช่วยป้องกันการเกิดอนุมูลอิสระในร่างกาย ป้องกันริ้วรอย ชะลอวัย ควรกินสตรอเบอร์รี่ในฤดูหนาวเพื่อปรับสมดุลร่างกาย เพิ่มภูมิคุ้มกัน ช่วยเติมเต็มสารอาหารที่ร่างกายต้องการ - ปริมาณที่เหมาะสม: 1–2 ลูก คือปริมาณที่ร่างกายดูดซึมได้ดี - เวลากินที่เหมาะสม: ห้ามกินท้องว่าง ควรกินก่อนหรือหลังอาหาร 1–3 ชั่วโมง - วิธีกิน: ปอกเปลือกแล้วกินได้ทันที หรือผสมน้ำสตรอเบอร์รี่กับน้ำ น้ำตาล ลูกเกด แอปเปิ้ล ต้มจนเดือด แล้วใช้แป้งผสมน้ำเพื่อให้ข้น แล้วกินได้ อ้อยอ้อยเป็นผลไม้ที่มีน้ำสูงมาก น้ำในอ้อยคิดเป็น 84% ของน้ำหนัก จึงจำเป็นต้องเติมน้ำในฤดูหนาวที่แห้ง ยังมีปริมาณเหล็กสูงที่สุดในผลไม้ทั้งหมด ช่วยบำรุงร่างกาย ลดความร้อน ใช้เป็นอาหารบำรุงที่เย็น ช่วยรักษาอาการเลือดต่ำ ท้องอืด ปัสสาวะลำบาก หงุดหงิด กระหาย คลื่นไส้ อาเจียน ไอ หายใจลำบากจากอาการปอดแห้ง ฯลฯ แต่เนื่องจากอ้อยเย็น ผู้ที่มีกระเพาะอาหารเย็น ปวดท้อง ไม่ควรกิน - ปริมาณที่เหมาะสม: ควรควบคุมปริมาณอ้อยให้ดี - เวลากินที่เหมาะสม: ห้ามกินผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงก่อนนอน - วิธีกิน: ปอกเปลือกแล้วกินได้ หรือตัดเป็นชิ้นยาว 20–30 ซม. ต้มในหม้อ 10 นาที แล้วเอาออกมาปอกเปลือก รับประทานตอนร้อน รสชาติจะหวานยิ่งขึ้น ฝรั่งฝรั่งเป็นผลไม้ที่สุกในฤดูใบไม้ร่วง เพราะเปลือกหนา ทนต่อการเก็บรักษา จึงเหมาะกินในฤดูหนาว ถูกเรียกว่า "กระป๋องผลไม้ธรรมชาติ" มีโปรตีน กรดอินทรีย์ วิตามิน และธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม โซเดียม ซึ่งเหนือกว่าผลไม้ชนิดอื่น นอกเหนือจากคุณค่าทางโภชนาการสูง ยังมีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการย่อยอาหาร ขจัดเสมหะ ช่วยปอด ขจัดของเสียในลำไส้ บำรุงเลือด บำรุงตับ ช่วยเพิ่มความอยากอาหาร รักษาอาการย่อยอาหารไม่ดี ขจัดก้อน ช่วยให้แผลหายเร็ว ช่วยรักษาโรคเลือดออกได้ดี ฤดูหนาวง่ายต่อการเกิดความร้อน ฝรั่งช่วยลดความร้อน ป้องกันแผลในปาก - ปริมาณที่เหมาะสม: คนหนึ่งกินฝรั่ง 100–200 กรัมต่อวัน ร่างกายดูดซึมได้ดี - เวลากินที่เหมาะสม: ฝรั่งมีรสเปรี้ยว จึงไม่ควรกินท้องว่าง ควรกินก่อนอาหาร 1 ชั่วโมง เพื่อกระตุ้นความอยากอาหาร - วิธีกิน: ใช้ฝรั่งสด ปอกเปลือก ลอกเมล็ด ผสมกับ杏仁 ต้นเบิ้ม หัวเชื้อเห็ดขาว 50 กรัม ใส่น้ำตาล ต้มจนสุก รับประทานได้ คำถามทดสอบสุขภาพ ★ ใช้ผลไม้แทนอาหารมีประโยชน์ × ร่างกายต้องการสารอาหารเกือบ 50 ชนิดเพื่อการดำรงชีวิต ต้องการโปรตีนมากกว่า 65 กรัมต่อวัน ไขมันมากกว่า 20 กรัมต่อวัน เพื่อซ่อมแซมอวัยวะและเนื้อเยื่อ ผลไม้มีน้ำมากกว่า 85% โปรตีนน้อยกว่า 1% แทบไม่มีกรดไขมันจำเป็น ไม่เพียงพอต่อความต้องการสารอาหารของร่างกาย ★ กินผลไม้มากก็ทำให้อ้วน √ ผลไม้มีน้ำตาลสูงถึง 8% ขึ้นไป และเป็นน้ำตาลง่ายที่ย่อยได้เร็ว แม้ผลไม้จะมีแคลอรี่ต่ำกว่าข้าว แต่กินได้มากเกินไป จึงไม่สามารถลดน้ำหนักได้ ★ กินผลไม้มาก ๆ ยิ่งดี × กินน้ำตาลฟรุกโตสเกินไปทำให้ร่างกายขาดทองแดง ทำให้ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูงขึ้น ทำให้เกิดโรคหัวใจ ผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง เช่น แอปเปิ้ล แตงกวา ส้ม ทุเรียน แตงโม ลูกพีช ฯลฯ ★ กินผลไม้ทันทีหลังอาหารหรือก่อนอาหาร √ หลายคนคิดว่ากินผลไม้ทันทีหลังหรือก่อนอาหาร ทำให้กินอาหารหลักน้อยลง จึงลดน้ำหนักได้ แต่ความจริงแล้วไม่ถูกต้อง ผลไม้ที่กินทันทีหลังหรือก่อนอาหาร ทำให้สับสนกับอาหารที่กินไป ทำให้ย่อยยาก ดูดซึมไม่ดี
|