คำกล่าวพื้นบ้านกล่าวว่า "บัวทั้งต้นเป็นสมบัติ หัวบัวฤดูใบไม้ร่วงเป็นอาหารบำรุงที่ดีที่สุด" ฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงที่หัวบัวเก็บเกี่ยวได้มาก หัวบัวมีรสหวาน มีแป้ง โปรตีน วิตามินซี และวิตามินบี1 รวมถึงแคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก ฯลฯ หัวบัวย่อยง่าย เหมาะสำหรับทั้งเด็กและผู้สูงอายุที่ต้องการบำรุงร่างกาย หัวบัวดิบมีลักษณะเย็น ช่วยลดความร้อน บรรเทาความเครียด หยุดเลือด ขจัดเลือดคั่ง หัวบัวต้มมีลักษณะอุ่น ช่วยบำรุงหัวใจ สร้างเลือด บำรุงร่างกาย บำรุงกระเพาะอาหาร หัวบัวที่อยู่ระหว่างชิ้นหัวบัวมีสารแทนนินประมาณ 2% และอะมิโนแอซิดเทียนิน จึงมีฤทธิ์หยุดเลือดและกระชับรูขุมขนได้ดีกว่าหัวบัวดิบ ยังช่วยขจัดพิษจากกุ้งได้ ดอก ใบ ลำต้น ราก หัวบัว ลูกบัว และเมล็ดบัว ล้วนมีคุณสมบัติทางยาที่แตกต่างกัน สามารถใช้รักษาโรคได้ เนื้อหัวบัวมีรสหวาน นุ่ม ฉ่ำ วิธีกินที่พบบ่อยคือต้มกับเนื้อ ผัดธรรมดา หรือผัดกับเนื้อ ต่อไปนี้คือวิธีกินหัวบัวที่ไม่ค่อยพบบ่อย แนะนำให้ลอง: 1. หัวบัวห่อถั่วเขียว ใช้หัวบัว 2 ชิ้น ถั่วเขียวและน้ำตาลทราย适量 วิธีทำ: แช่ถั่วเขียว 3 ชั่วโมง แล้วใส่เข้าไปในรูหัวบัว ใส่น้ำตาลทรายและน้ำ适量 ต้มจนสุก รับประทานทั้งน้ำ ช่วยลดความร้อนในร่างกายและอาการตาแดง ปวดตา 2. ขนมหัวบัวเส้น ใช้หัวบัวสด 1,000 กรัม ปอกเปลือก หั่นเป็นเส้น ผสมกับแป้งข้าวเหนียว 200 กรัม วางบนภาชนะนึ่ง โรยด้วยผงเมล็ดพืช ลูกเกด ลูกบัว ฯลฯ ประมาณ 10 กรัม ต้มด้วยไฟแรง 20 นาที พอเย็นแล้วหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม จัดจาน โรยน้ำตาลทราย รับประทานได้ รสชาติหวานนุ่ม ช่วยบำรุงกระเพาะ กระตุ้นการสร้างน้ำในร่างกาย หยุดเลือด 3. ข้าวต้มหัวบัว ใช้ข้าวกล้อง 100 กรัม หัวบัว 200 กรัม ต้มเป็นข้าวต้ม ใส่น้ำตาลทราย ปรุงรส รับประทานได้ ใช้สำหรับผู้สูงอายุที่อ่อนแอ ไม่อยากอาหาร ท้องอืด หรือมีอาการกระหายหลังป่วยเป็นไข้ 4. ขนมหัวบัวมันข้าว ตัดหัวบัวทั้งสองด้าน ใส่ข้าวเหนียวเข้าไปในรู อบจนกรอบ หั่นเป็นชิ้น ทานกับน้ำตาลทราย รสชาติดี ใช้เป็นของว่างกระตุ้นความอยากอาหารสำหรับเด็กและผู้สูงอายุได้ 5. แพนเค้กหัวบัว หั่นหัวบัวเป็นชิ้นหนา 2 ซม. ใส่เนื้อสับระหว่างชิ้นหัวบัว คลุกในแป้ง ทอดจนสุกเหลือง รสชาติหวาน หอม ได้ประโยชน์ ไม่แพ้เนื้อหมูเลย
|