การบำรุงร่างกายด้วยอาหารตามลักษณะร่างกายต้องเป็นแบบเฉพาะบุคคล 1. ร่างกายแบบขาดพลังงานและเลือด ซึ่งเกิดจากพลังงานและเลือดไม่พอ ลักษณะเด่นคือ เหนื่อยง่าย ควรกินอาหารที่เสริมพลังงานและเลือด เช่น ถั่วเล็ก ลูกเดือย หมูสันนอก ไก่ นกพิราบ ลูกเดือย น้ำตาล นมวัว น้ำผึ้ง ห้ามกินอาหารที่เย็นจัดหรืออาหารที่ทำลายพลังงานและเลือด เช่น ผักขม มะเขือยาว ฟักทอง น้ำแข็ง หัวหอมขาว เป็นต้น 2. ร่างกายแบบเย็น ซึ่งเกิดจากพลังงานหลักไม่เพียงพอ รู้สึกหนาวมาก ควรกินอาหารที่อุ่น ช่วยเสริมพลังงาน เช่น เนื้อแกะ ไก่ ปู ถั่วอัลมอนด์ หัวหอม ปลาไหล หอยนางรม อบเชย ห้ามกินอาหารเย็นจัดที่ทำลายพลังงาน เช่น แตงกวา ถั่วเขียว หัวไชโป๊ะ ดอกคาโมมิล ฟักทอง แตงกวา ห่าน หิ่งห้อย ปู เป็นต้น ห้ามดื่มน้ำแข็ง 3. ร่างกายแบบร้อน ซึ่งเกิดจากพลังงานหลักไม่เพียงพอ รู้สึกร้อนมาก ควรกินอาหารที่เย็น ช่วยเสริมพลังงานหลัก เช่น ถั่ว ลูกพลับ มะนาว กล้วย ผักมอนิก้า หอย หมูสันนอก เป็นต้น ห้ามกินอาหารร้อน เช่น เนื้อแกะ ปู ผงพะแนง ถั่วอัลมอนด์ พริก พริกไทย ลิ้นจี่ ลูกเดือย ไก่ และอาหารทอดทุกชนิด 4. ร่างกายแบบชื้น ซึ่งเกิดจากของเสียที่เกิดจากการเผาผลาญในร่างกายสะสมอยู่ภายใน ทำให้เกิดความผิดปกติของอวัยวะภายใน ควรกินอาหารที่ช่วยขับความชื้น เช่น ถั่วแดง ถั่วอินทรีย์ ฟักทอง หัวหอมขาว ถั่วอ่อน เป็นต้น ห้ามกินอาหารที่สะสมความชื้น เช่น แป้ง น้ำผึ้ง ลูกเดือย แอลกอฮอล์ 人参 และ ซีวิเออร์ปั้น ยังมีลักษณะสะสมความชื้น จึงควรหลีกเลี่ยงด้วย 5. ร่างกายแบบเลือดอุดตัน ซึ่งเกิดจากเลือดไหลเวียนไม่สะดวกหรือความหนืดของเลือดสูง ควรกินอาหารที่มีคุณสมบัติช่วยขับเลือดอุดตัน เช่น หัวหอมขาว หูหิ่ง บลูเบอร์รี่ ดอกดาวเรือง น้ำส้มสายชู ฟางเห็ด เป็นต้น ห้ามกินอาหารที่กระตุ้นการแข็งตัวของเลือด เช่น ถั่วเขียว ทุเรียน เป็นต้น 6. ร่างกายแบบปกติ ควรกินอย่างไร? สามารถกินได้ตามใจชอบหรือไม่? ไม่ใช่ ถ้ากินอาหารที่เย็นจัดหรือร้อนจัด หวานจัดหรือเค็มจัดเป็นเวลานาน อาจทำให้ร่างกายผิดสมดุลและก่อให้เกิดโรคได้
|