การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพด้วยตนเองไม่ควรทำอย่างไม่ระมัดระวัง อาหารและยา มีลักษณะเฉพาะคล้ายกัน ทั้งสองอย่างมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน เช่น ความเย็น ความร้อน ความอบอุ่น และความเย็น ควรเลือกใช้ตามสภาพโรคและความเป็นตัวตนของแต่ละบุคคลอย่างเหมาะสม “การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ” หรือ “การรักษาด้วยอาหาร” เป็นคำย่อของการรักษาด้วยอาหาร หมายถึง วิธีการใช้อาหารแทนยาเพื่อรักษาโรค รวมถึงการใช้อาหารเพื่อปรับสมดุลร่างกายและเสริมสร้างสุขภาพ ซึ่งเรียกว่า “การบำรุงร่างกายด้วยอาหาร” ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาในจีนและเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย ครอบครัวทั่วไปมักจะปรุงอาหารเพื่อการบำรุงหรือรักษาโรค เช่น ในฤดูร้อน มักจะบริโภค “น้ำซุปหัวบัว ถั่วแดง สะระแหน่” หรือ “โจ๊กข้าวกล้องถั่วแดง” เพื่อช่วยลดความร้อนในร่างกาย ในฤดูหนาว มักจะปรุง “โจ๊กวันฉานจั๊ก” โดยใช้ลูกเดือย โกจิเบอร์รี่ ถั่วเขียว ลูกเดือย ถั่วแดง ฯลฯ เพื่อเสริมพลังความร้อน แพทย์ในโรงพยาบาลก็มักแนะนำวิธีการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพบางอย่างเพื่อช่วยเสริมการรักษาโรค เช่น แนะนำผู้ป่วยที่มีอาการท้องอืด ท้องเสีย ลิ้นไม่เหนียว ให้ดื่มน้ำซุปขิง-ลูกเดือย หรือแนะนำผู้หญิงที่มีอาการปวดท้องน้อย ท้องเสีย ให้รับประทาน “โจ๊กเนื้อแกะรสห้ารส” ซึ่งมักได้ผลดี สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการท้องเสียตอนเช้าตรู่ (ท้องเสียตอนเช้าตรู่) ซึ่งเกิดอาการปวดท้อง ถ่ายเหลว บ่อย ๆ ทุกเช้า ควรรับประทาน “โจ๊กผลไม้ห้าชนิดผสมน้ำตาลไอศกรีม” (นำลูกเดือย ลูกเดือย โกจิเบอร์รี่ ต้มกับน้ำตาลไอศกรีมเป็นเวลา 10 นาที จากนั้นใส่ลูกพลับสดหั่นเป็นชิ้น ลูกแบล็กบิวรี หั่นเป็นชิ้น แล้วเติมแป้ง แล้วรับประทาน) เพื่อปรับสมดุลร่างกายที่มีภาวะหยางของม้ามและไตอ่อนแอ ทำให้อาการท้องเสียตอนเช้าตรู่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม การเลือกวิธีรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพที่เหมาะสมกับแต่ละคน ไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าเลือกผิดอาจทำให้เกิดผลเสีย กระทบต่อการหายของโรค ดังนั้น การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพต้องระมัดระวังอย่างมาก ควรทำภายใต้คำแนะนำของแพทย์ หากต้องการลองทำเองโดยอ้างอิงจากหนังสือเกี่ยวกับการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ ควรเริ่มจากปริมาณน้อย ติดตามสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากเกิดผลข้างเคียง ควรหยุดทันที ตลาดปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจำนวนมาก ซึ่งหลายคนเลือกเป็นเป้าหมายในการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพด้วยตนเอง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเหล่านี้มักมีส่วนประกอบของสมุนไพรจีน และโฆษณาสรรพคุณที่หลากหลาย ทั้งเรื่องการปรับสมดุลระบบภูมิคุ้มกัน ควบคุมไขมันในเลือด ลดน้ำหนัก ยืดอายุ ฯลฯ บางโฆษณาขยายความและโอเวอร์คลาสเกินจริง จนกลายเป็นผลลัพธ์การรักษาที่ดึงดูดใจ ทำให้ผู้บริโภคสับสน จึงเกิดความอยากซื้อและรับประทานทันที แต่ผลที่ได้กลับไม่เป็นไปตามโฆษณา บางรายยังเกิดผลข้างเคียง วิธีการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพตามโฆษณาจึงไม่ควรทำได้ เราต้องยอมรับว่า อาหารและยา ต่างก็มีคุณสมบัติเฉพาะ เช่น ความร้อน ความเย็น รสชาติ 5 รส แนวโน้มการเคลื่อนไหว ความเป็นพิษ ฯลฯ แม้แต่ในด้านความเย็น ความร้อน ความอบอุ่น ความเย็น ก็ควรเลือกใช้ตามโรคและสภาพร่างกายที่แตกต่างกัน บางคนเป็นโรคความดันโลหิตสูง ไปหาข้อมูลจากบทความวิชาการในหนังสือพิมพ์หรือหนังสือเกี่ยวกับการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ แล้วเลือกวิธีรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพทันที แต่ผลลัพธ์อาจไม่ดี เพราะเขาสนใจแค่โรค แต่ละมองข้ามความแตกต่างระหว่างบุคคลที่เป็นโรคเดียวกัน โรคความดันโลหิตสูง แม้จะเป็นโรคเดียวกัน แต่สภาพร่างกายที่แตกต่างกัน ทำให้อาการแสดงต่างกันมาก บางคนเป็นประเภทความร้อน บางคนเป็นประเภทความเย็น ความเสียหาย ความอุดตัน ความขุ่น ผู้ที่มีร่างกายเป็นประเภทความร้อน ควรกินอาหารที่มีลักษณะเย็น เช่น ผักกาดขาว ผักมอนิก้า ดอกคาโมมิล ผู้ที่มีร่างกายเป็นประเภทความเย็น ควรกินอาหารที่มีลักษณะอบอุ่น เช่น อาหารที่ปรุงจากกระเทียม ดอกลำโพง ฯลฯ ห้ามประมาทได้ สิ่งสำคัญที่ควรระวังเป็นพิเศษในการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพด้วยตนเอง คือ ควรเข้าใจลักษณะเฉพาะของร่างกายตนเอง และอาหารใดที่ควรหลีกเลี่ยงเมื่อมีโรค ควรปฏิบัติตามคำห้าม แพทย์ตะวันตกบางคนอาจไม่เห็นด้วยกับคำห้ามเรื่องอาหาร แต่ประสบการณ์สะสมมายาวนานหลายพันปี แสดงว่า คำห้ามบางอย่างมีความหมายจริงในทางปฏิบัติ ไม่ใช่แค่ผู้ที่แพ้อาหารเท่านั้น แต่ผู้ที่มีร่างกายหรือโรคต่างกัน ก็มีอาหารบางชนิดที่ควรหลีกเลี่ยงหรือไม่ควรกิน จึงควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ (หน่วยงานผู้เขียน: ห้องวิจัยการแพทย์แผนจีน-ตะวันตก โรงพยาบาลซานซาน เมืองเซี่ยงไฮ้)
|