การกินหัวหอมช่วยปกป้องหลอดเลือด หัวหอม หรือที่รู้จักกันในชื่ออื่นว่า หัวหอมใหญ่ หัวหอมตะวันตก หรือหัวหอมทอง ถิ่นกำเนิดเดิมคือตะวันตกเฉียงใต้เอเชีย มีการใช้เป็นผักมาแล้ว 5,000 ปี ในยุโรปตะวันตก หัวหอมถูกยกย่องว่าเป็น "ราชินีผัก" ศาสตราจารย์แพทย์ชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งเชื่อว่า การกินหัวหอมเป็นประจำ สามารถควบคุมความดันโลหิตให้คงที่ได้ในระยะยาว ลดความเปราะบางของหลอดเลือด และมีผลดีต่อหลอดเลือดแดงของร่างกาย การวิเคราะห์พบว่า หัวหอม 100 กรัม มีแคลเซียม 40 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 50 มิลลิกรัม เหล็ก 1.8 มิลลิกรัม วิตามินซี 8 มิลลิกรัม รวมถึงแคโรทีนอยด์ วิตามินบี1 และนิโคตินาไมด์ หัวหอมยังมีสารสำคัญ เช่น โปรสตาแกลนดินเอ ไดอีนอลลีดิซัลไฟด์ และกรดอะมิโนที่มีกำมะถัน ซึ่งโปรสตาแกลนดินเอ เป็นตัวขยายหลอดเลือดที่มีฤทธิ์แรง ช่วยลดความต้านทานของหลอดเลือดปลายและหลอดเลือดหัวใจ ต้านสารกระตุ้นความดันโลหิต เช่น อะดรีนาลีน จึงช่วยลดความดันโลหิต และป้องกันการแข็งตัวของเลือด สารไดอีนอลลีดิซัลไฟด์ และกรดอะมิโนที่มีกำมะถัน ช่วยต้านการแข็งตัวของหลอดเลือด และลดไขมันในเลือดได้อย่างแปลกประหลาด งานวิจัยพบว่า ผู้ป่วยที่มีไขมันในเลือดสูง เมื่อกินหัวหอมเป็นเวลานาน ระดับคอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ และโปรตีนลิปิดในเลือดจะลดลงอย่างชัดเจน
|