การเลือกอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคกระเพาะเรื้อรัง (1) ควรกินอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ควรกินอาหารที่มีโปรตีนสูงและวิตามินสูง เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารทุกชนิดอย่างเพียงพอ ป้องกันภาวะโลหิตจางและภาวะขาดสารอาหาร สำหรับผู้ที่มีภาวะโลหิตจางหรือขาดสารอาหาร ควรเพิ่มอาหารที่มีโปรตีนและเหล็กจากเม็ดเลือดแดง เช่น เนื้อสัตว์ ไก่ ปลา ตับ ไต ฯลฯ อาหารที่มีวิตามินสูง ควรเป็นผักผลไม้สดสีเขียวเข้ม เช่น ผักใบเขียว มะเขือเทศ มะเขือยาว ลูกเดือย ฯลฯ ควรกินสตรอว์เบอร์รีสด 2–3 เม็ดต่อครั้ง เพื่อกระตุ้นการหลั่งของน้ำย่อยในกระเพาะ ? (2) ควรกินอาหารที่สมดุลระหว่างกรด-ด่าง เมื่อมีการหลั่งกรดในกระเพาะมากเกินไป ควรดื่มนม น้ำเต้าหู้ หรือกินขนมปัง ขนมปังโฮลวีต เพื่อทำให้กรดกลาง แต่หากมีการหลั่งกรดในกระเพาะน้อย ควรกินน้ำซุปเนื้อ น้ำซุปไก่ หรือผลไม้รสเปรี้ยว หรือเครื่องดื่มผลไม้ เพื่อกระตุ้นการหลั่งของน้ำย่อย ช่วยย่อยอาหาร ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ก่อให้เกิดลมในท้องหรือมีเส้นใยสูง เช่น ถั่ว ผลิตภัณฑ์จากถั่ว น้ำตาลทราย ผักขึ้นฉ่าย หัวหอม ฯลฯ สำหรับผู้ที่มีโรคกระเพาะอักเสบแบบหดตัว ควรดื่มโยเกิร์ต เพราะไขมันฟอสโฟลิปิดในโยเกิร์ตจะเกาะติดกับผนังกระเพาะ ช่วยปกป้องเยื่อบุกระเพาะ ทำให้เยื่อบุกระเพาะที่บาดเจ็บได้รับการซ่อมแซม สารเฉพาะในโยเกิร์ตที่เกิดจากการย่อยน้ำตาลแลคโตส คือกรดแลคติกและกรดกลูโครอนิก ช่วยเพิ่มความเป็นกรดในกระเพาะ ยับยั้งแบคทีเรียที่เป็นอันตราย ทำลายโปรตีนและสร้างพิษ พร้อมทั้งป้องกันไม่ให้กระเพาะถูกทำลายจากพิษ ช่วยในการรักษาและฟื้นฟูโรคกระเพาะ ? (3) เมื่อรับยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาโรคติดเชื้อต่าง ๆ ควรดื่มโยเกิร์ตพร้อมกัน เพื่อเสริมโภชนาการ และป้องกันผลข้างเคียงจากยาปฏิชีวนะ เพราะโยเกิร์ตมีแบคทีเรียที่มีชีวิตจำนวนมาก ช่วยให้สมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ที่เสียสมดุลจากยาปฏิชีวนะกลับมาได้ พร้อมทั้งปกป้องเยื่อบุกระเพาะ ควรควบคุมปริมาณอาหารที่รับประทาน อย่ากินมากเกินไปแม้จะชอบอาหารชนิดนั้น ควรกินอาหารวันละหลายมื้อเล็กน้อย เพื่อเพิ่มโภชนาการ ลดภาระกระเพาะ และควรหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์
|