คำพูดที่ว่า “หนึ่งฤดูร้อนไม่มีโรค แต่สามส่วนของร่างกายอ่อนแอ” หลังฤดูใบไม้ร่วง แม้อากาศตอนเช้าเย็นสบาย แต่ยังมี “ฤดูร้อนสุดท้าย” ที่ร้อนแรง ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย หมดแรง ไม่รู้สึกอยากกินอาหาร ตามหลักแพทย์แผนจีน “ฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนเสริมพลังหยาง ฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวเสริมพลังหยิน” ดังนั้น ควรปฏิบัติตามหลักแปดข้อในการเสริมอาหารในช่วงนี้ หนึ่ง อย่าเสริมอาหารโดยไม่มีโรค ไม่ควรเสริมอาหารหากไม่มีโรค ทั้งเพิ่มค่าใช้จ่าย และอาจทำร้ายร่างกาย ตัวอย่างเช่น การรับประทานวิตามินเอมากเกินไปอาจทำให้เป็นพิษ รับประทานน้ำตาลกลูโคสเป็นเวลานานอาจทำให้อ้วน ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ง่าย สอง อย่าแยกแยะความจริงกับความเทียม หลักการรักษาแพทย์แผนจีนคือ “ผู้ที่อ่อนแอควรเสริม” ผู้ที่ไม่ใช่อาการอ่อนแอ ไม่ควรใช้ยาเสริม อาการอ่อนแอแบ่งเป็น หยินอ่อน หยางอ่อน ลมปราณอ่อน เลือดอ่อน ต้องใช้ยาให้ตรงกับอาการ จึงจะช่วยเสริมร่างกายได้ ถ้าไม่แยกแยะ อาจทำให้เกิดผลเสีย แม้การดูแลสุขภาพจะไม่เข้มงวดเท่าการรักษาโรค แต่ควรแบ่งผู้ที่กินอาหารเสริมเป็นสองกลุ่มหลัก คือ กลุ่มที่ร้อนและกลุ่มที่เย็น กลุ่มที่เย็นจะรู้สึกหนาว ชอบความร้อน มือเท้าไม่ร้อน น้ำลายมาก ท้องอืด ถ่ายอุจจาระเหลว ปัสสาวะใส ลิ้นสีอ่อน ชีพจรช้า กลุ่มที่ร้อนจะมือเท้าร้อน ปากแห้ง ปากขม ปากเหม็น ท้องผูก ปัสสาวะสั้น แดง ลิ้นแดง ชีพจรเร็ว ถ้าไม่แยกแยะความร้อนเย็นแล้วใช้ยาเสริม อาจทำให้ “เพิ่มไฟ” ทำร้ายสุขภาพได้ สาม อย่าเสริมอาหารมากเกินไป ยาเสริมใด ๆ ที่รับประทานมากเกินไปก็มีโทษ ความเชื่อที่ว่า “กินยาเสริมเยอะ ๆ ป่วยก็รักษา ไม่ป่วยก็แข็งแรง” เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ ตัวอย่างเช่น การรับประทานยาเสริมโสม หรือหยกมากเกินไป อาจทำให้ท้องอืด ไม่อยากกินอาหาร รับประทานวิตามินซีมากเกินไป อาจทำให้คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย สี่ อย่าใช้เนื้อสัตว์แทนอาหารเสริม อาหารสัตว์เป็นสิ่งดีที่สุดในกลุ่มอาหารเสริม ทั้งมีคุณค่าทางโภชนาการสูง และรสชาติดี แต่เนื้อสัตว์ย่อยยาก ถ้าทานต่อเนื่อง อาจทำให้ระบบย่อยของผู้สูงอายุที่อ่อนแอไม่สามารถรองรับได้ สารที่เกิดจากการย่อยเนื้อสัตว์ เช่น ไขมัน น้ำตาล ฯลฯ อาจเป็นสาเหตุของโรคหัวใจและหลอดเลือด มะเร็ง ฯลฯ ที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ อาหารที่เบาไม่ใช่ไม่เสริม อาหารพืชควรให้ความสำคัญ ทฤษฎีโภชนาการสมัยใหม่ระบุว่า ผลไม้และผักสดมีวิตามินและธาตุอาหารหลากหลาย ซึ่งเป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการ ห้า อย่าใช้ยาแทนอาหาร ยาเสริมไม่ดีเท่าอาหารเสริม ควรให้ความสำคัญกับอาหารมากกว่ายา อย่างไรก็ตาม อาหารบางชนิดก็มีฤทธิ์ทางยา ตัวอย่างเช่น กินผักชีบ่อย ๆ ช่วยควบคุมความดันโลหิต ผักกาดช่วยย่อยอาหาร ลมหายใจคล่อง ขับเสมหะ ขับถ่าย รากโสมช่วยเสริมพลังงาน อาหารที่กินประจำ เช่น ถั่วอัลมอนด์ ถั่วเหลือง ถั่วแดง ถั่วฝักยาว ฯลฯ ล้วนเป็นอาหารเสริมที่ดี หก อย่าให้ความสำคัญกับการรับประทานมากกว่าการขับถ่าย ด้วยการเพิ่มขึ้นของมาตรฐานชีวิต ครอบครัวจำนวนมากทานอาหารมีเนื้อสัตว์ทุกวัน อาหารมีไขมันสูง อาหารเหล่านี้เมื่อเผาผลาญแล้วจะสร้างสารพิษที่เป็นกรด ต้องขับออกมาอย่างรวดเร็ว แต่การดำเนินชีวิตที่เร่งรีบทำให้หลายคนมีการขับถ่ายไม่เป็นเวลา หรือเกิดอาการท้องผูก ดังนั้น นักวิชาการด้านสุขภาพจึงเสนอแนวคิดใหม่เรื่อง “โภชนาการลบ” ซึ่งเน้นการขับถ่ายของเสียในร่างกาย ลดการสะสมและดูดซึมของ “พิษลำไส้” แนะนำให้เสริมอาหารพร้อมกับให้ความสำคัญกับการขับถ่ายที่ทันเวลาและคล่องตัว เจ็ด อย่าใช้ยาเสริมชนิดเดียวต่อเนื่อง บางคนชอบกินยาเสริมตามใจชอบ แล้วกลายเป็นกินต่อเนื่องหลายปี ทำให้เกิดพฤติกรรมกินอย่างลำเอียง ซึ่งไม่ดีต่อสุขภาพ ยาและอาหารมีทั้งประโยชน์และผลข้างเคียง ถ้าทานต่อเนื่อง อาจทำให้สมดุลของสารอาหารในร่างกายเสียหาย ผู้สูงอายุ ทั้งต้องดูแลอวัยวะต่าง ๆ ที่มีความเสื่อมลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป ต้องดูแลอย่างครอบคลุม ทั้งยังต้องการอาหารและยาเสริมที่แตกต่างกันตามฤดูกาล ดังนั้น ควรปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างเหมาะสม แปด อย่าแยกแยะคุณค่าจากราคา ของมีค่าเพราะหายาก อาหารดั้งเดิมที่มีราคาแพง เช่น น้ำผึ้ง หางปลา ไม่ได้มีฤทธิ์พิเศษ แต่อาหารธรรมดาอย่างมันเทศ หัวหอม กลับมีคุณค่าทางอาหารที่ควรพิจารณา ทั้งยังมีข้อจำกัดเฉพาะเจาะจงในการใช้ ดังนั้น ควรเลือกอาหารเสริมตามความต้องการ ขาดอะไรก็เติมอะไร อย่าตัดสินจากราคา ผู้สูงอายุควรให้ความสำคัญกับการใช้งานจริงและราคาถูกกว่า
|