รสชาติของคนเราแตกต่างกัน ทั้งรสเปรี้ยว เค็ม หวาน เผ็ด เผ็ด ต่างกันไป แพทย์แผนจีนเชื่อว่า เพื่อสุขภาพ ควรรับประทานอาหารที่มีรสชาติหลากหลายอย่างสมดุล หวาน: แพทย์แผนจีนเชื่อว่า รสหวานเข้าสู่ม้าม รับประทานอาหารหวานช่วยเสริมพลังงาน ช่วยเติมพลังงาน บรรเทาความเหนื่อยล้า ช่วยปรับกระเพาะอาหาร ขจัดพิษ แต่ผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคอ้วน โรคหัวใจและหลอดเลือด ควรกินน้อย เปรี้ยว: แพทย์แผนจีนกล่าวว่า “รสเปรี้ยวเกิดจากตับ” อาหารรสเปรี้ยวช่วยเพิ่มการย่อยอาหารและปกป้องตับ รับประทานบ่อย ๆ ไม่เพียงแต่ช่วยย่อยอาหาร ฆ่าเชื้อในลำไส้ ยังช่วยป้องกันหวัด ลดความดันโลหิต ทำให้หลอดเลือดนิ่มลง ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น มะเขือเทศ ลูกซ่า โอเรนจ์ ล้วนอุดมด้วยวิตามินซี ช่วยป้องกันมะเร็ง ชะลอวัย ป้องกันโรคหลอดเลือดแข็ง ขม: มีคำพูดว่า “ยาดีรสขม” แพทย์แผนจีนเชื่อว่า “รสขมเกิดจากหัวใจ” “รสขมเข้าสู่หัวใจ” รสขมมีสรรพคุณขจัดความชื้นและขับปัสสาวะ ตัวอย่างเช่น ผักขม รับประทานบ่อย ๆ ช่วยรักษาโรคบวมน้ำ เผ็ด: แพทย์แผนจีนเชื่อว่า รสเผ็ดเข้าสู่ปอด มีสรรพคุณช่วยเหงื่อออก ช่วยปรับสมดุลพลังงาน ช่วยเปิดเส้นลมปราณ อาหารที่มีรสเผ็ด เช่น หัวหอม กระเทียม ขิง พริก พริกไทย ล้วนเป็นอาหารที่มีรสเผ็ดเป็นหลัก สาร “เผ็ด” ที่มีอยู่ในอาหารเหล่านี้ ช่วยปกป้องหลอดเลือด ปรับสมดุลพลังงาน ช่วยเปิดเส้นลมปราณ รับประทานบ่อย ๆ ช่วยป้องกันหวัดจากอากาศเย็น แต่ผู้ที่มีอาการท้องผูก โรคลำไส้ หรือโรคประสาทเสื่อม ไม่ควรรับประทาน เค็ม: เป็นรสชาติอันดับหนึ่ง รับประทานได้ทุกเมื่อ แพทย์แผนจีนเชื่อว่า “รสเค็มเข้าสู่ไต” มีบทบาทในการปรับสมดุลของเซลล์และเลือด รักษาสมดุลการเผาผลาญในร่างกาย หลังจากอาเจียน ท้องเสีย หรือเหงื่อออกมาก ควรดื่มน้ำเกลือเจือจางเล็กน้อย เพื่อรักษาสมดุลการเผาผลาญ
|