แพทย์แผนจีนเชื่อว่า มนุษย์มีอารมณ์เปลี่ยนแปลง เช่น ความสุข ความโกรธ ความกังวล ความเศร้า ความกลัว ความตกใจ ซึ่งเรียกว่า “เจ็ดอารมณ์” ซึ่งความโกรธ ความสุข ความกังวล ความเศร้า ความกลัว เป็นอารมณ์หลัก 5 ประการ ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอวัยวะภายใน 《เนี่ยจิง》กล่าวว่า “โกรธทำลายตับ ความเศร้าชนะโกรธ” “สุขทำลายหัวใจ ความกลัวชนะสุข” “กังวลทำลายม้าม โกรธชนะกังวล” “เศร้าทำลายปอด สุขชนะเศร้า” “กลัวทำลายไต กังวลชนะเศร้า” แนวคิดนี้ถูกนำไปใช้ในงานดูแลสุขภาพโดยแพทย์รุ่นหลัง ซึ่งมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการควบคุมอารมณ์ ป้องกันโรค และยืดอายุ เราทราบกันดีว่า มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ซับซ้อนมาก ความสุข ความโกรธ ความปรารถนา ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมทางจิตใจ ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพจิตและร่างกาย แต่หากอารมณ์ผิดปกติ อาจทำให้อารมณ์ควบคุมไม่ได้ ส่งผลให้ระบบประสาททำงานผิดปกติ ทำให้พลังงานภายในร่างกายไม่สมดุล นำไปสู่โรคหลายชนิด ความแก่เร็ว หรือแม้แต่ชีวิตสั้น ดังนั้น ผู้ที่ดูแลสุขภาพอย่างดี ควรใส่ใจการควบคุมอารมณ์ ความรู้สึกที่รุนแรงเกินไป อาจทำให้ระบบภายในร่างกายผิดปกติ กระทบต่ออวัยวะภายใน 5 ประการ อารมณ์ทำลายตับ โกรธเป็นอารมณ์ที่พบได้บ่อย โกรธทำให้พลังงานขึ้น ทำลายตับ ทำให้รู้สึกหงุดหงิด เบื่อหน่าย หัวใจไม่ดี ตาพร่า หัวหมุน เป็นสาเหตุสำคัญของความดันโลหิตสูง โรคหัวใจขาดเลือด แผลในกระเพาะอาหาร ฯลฯ อารมณ์ทำลายหัวใจ ความสุขทำให้เลือดและพลังงานไหลเวียนดี กล้ามเนื้อคลายตัว ช่วยฟื้นฟูความเมื่อยล้าของร่างกาย แต่ถ้าสุขมากเกินไป จะทำลายพลังงานหัวใจ ตามที่《ฮวงหนานตี้. หยวนต้าซุน》กล่าวว่า “ความสุขมากเกินไปทำให้จิตใจหลงเหลว” พลังงานที่สูญเสียทำให้หัวใจเต้นเร็ว จิตใจกระจาย ทำให้เกิดอาการใจสั่น นอนไม่หลับ ลืมเรื่อง สมองเสื่อม ฯลฯ ใน《จูหลินเหว่ยสือ》 ได้บรรยายเรื่องเฟินจิ้น ผู้ชายอายุมากที่สอบได้ ด้วยความโกรธและสุขปนเปี้ยน จึงเกิดอาการบ้า ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการสุขทำลายหัวใจ อารมณ์ทำลายม้ามและลำไส้ใหญ่ แพทย์แผนจีนเชื่อว่า “คิดมากทำให้พลังงานติดขัด” เมื่อสมองคิดมากเกินไป ทำให้ระบบประสาททำงานผิดปกติ ทำให้การหลั่งน้ำย่อยลดลง ทำให้เกิดอาการไม่รู้สึกอยากอาหาร ไม่รับประทานอาหาร ผอมแห้ง อ่อนเพลีย หมดแรง ซึมเศร้า ฯลฯ อารมณ์ทำลายปอด ความเศร้าและความโศกเศร้าเกี่ยวข้องกับปอดโดยตรง เมื่อเศร้ามาก อาจทำลายปอด ทำให้เกิดอาการไอแห้ง หายใจลำบาก ไอเลือด เสียงล้า หรือเปลี่ยนแปลงอัตราการหายใจ ทำให้ระบบย่อยอาหารเสียหายอย่างรุนแรง ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ หลินได้หยู ผู้หญิงใน《ฝูหลงจื่อ》 ที่มีจิตใจละเอียดอ่อน โศกเศร้าจนทำลายร่างกาย อารมณ์ทำลายไต ความกลัวหรือความตกใจสามารถรบกวนระบบประสาท ทำให้เกิดอาการหูอื้อ หูหนวก หัวหมุน ภาวะอัณฑะอ่อนแรง อาจนำไปสู่การตายได้ ในการใช้ภาษาที่ทำให้กลัว จนคนตายจริง มีรายงานมากมายในชีวิตประจำวัน แสดงให้เห็นถึงความอันตรายของ “กลัวทำให้พลังงานลง” สรุป: ความรู้สึกต่าง ๆ มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับอวัยวะภายใน ผู้สูงอายุที่มีอวัยวะเสื่อม ความสามารถในการปรับตัวต่ำ จึงไม่สามารถทนต่อความเปลี่ยนแปลงของอารมณ์ที่รุนแรงได้ จึงเกิดโรคได้ง่าย ตามที่เฉินจี้กล่าวว่า “คนที่อ่อนแอเหมือนเทียนไฟ โรคใดก็เข้ามาได้ง่าย” ซึ่งแสดงว่า ความรู้สึกที่รุนแรงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดโรค ชีวิตมนุษย์เต็มไปด้วยความสุข ความโกรธ ความเศร้า ความสุข ฯลฯ วิธีหลีกเลี่ยงความรู้สึกที่รุนแรง คือ ต้องสงบ ตั้งสติ รับมือกับสถานการณ์ที่ซับซ้อนอย่างมั่นคง หลังจากเหตุการณ์ผ่านไป อย่าเก็บไว้ในใจตลอดเวลา อย่าทำให้ตัวเองทุกข์ ควรปลูกความคิดที่ดี ยกระดับความสามารถในการต้านทานความเครียด ใจกว้าง จิตใจดี รู้สึกพอใจ มองชีวิต ความสำเร็จ ความล้มเหลว ความเหนื่อยล้า ความได้เสีย ว่าเป็นเพียงภาพลวงตา ทุกอย่างขอแค่ใจสงบ รักษาความสงบภายใน จึงจะยืนยาว อย่างไรก็ตาม ควรเพิ่มกิจกรรมที่ดีต่อสุขภาพจิตและร่างกายในชีวิตประจำวัน หาจุดพึ่งทางจิตใจ ซึ่งจะช่วยป้องกันความรู้สึกเกินพอดี และรักษาสุขภาพอวัยวะภายในให้สมบูรณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
|