ช่วง "วันชาติ" ถึงแล้ว ฤดูใบไม้ร่วงที่สวยงามเป็นช่วงเวลาทองในการท่องเที่ยว ผู้คนสามารถขึ้นเขาเพื่อชมความยิ่งใหญ่ของหินและภูเขา หรือกอดลมเย็นที่ชายหาด รู้สึกถึงความกว้างใหญ่ของทะเล อย่างไรก็ตาม หลังการท่องเที่ยว แม้จะยังคงรู้สึกดีใจ แต่คนส่วนใหญ่เริ่มรู้สึกเมื่อยล้า ปวดหลัง ปวดขา หมดแรง จนรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งร่างกายและจิตใจ ทำให้ความสุขที่มีรู้สึกไม่สมบูรณ์ ลดความสุขลง... มีวิธีลดความเมื่อยล้าหรือไม่? คำตอบคือ ใช่ ให้ร่างกายได้พักฟื้นก่อน จะลดความเมื่อยล้าหลังการท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างไร? หนึ่ง อาบน้ำ: อาบน้ำช่วยขจัดของเสียที่ผิวหนัง ทำให้หลอดเลือดขยาย ช่วยลดความเมื่อยล้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ควรพักก่อน หลังกลับถึงที่พักหรือหลังกิจกรรม รอให้อัตราการเต้นของหัวใจกลับสู่ปกติ แล้วค่อยอาบน้ำ น้ำอุ่นควรอยู่ที่ประมาณ 40 องศา อาบน้ำประมาณ 15–20 นาที ไม่ควรนานเกินไป สอง แช่เท้าก่อนนอน: แช่เท้าด้วยน้ำอุ่นช่วยลดความเมื่อยล้า ช่วยให้หลับง่าย น้ำอุ่นควรร้อนเล็กน้อย ให้รู้สึกอุ่นเล็กน้อย แช่เท้าช่วยขยายหลอดเลือด ทำให้เลือดไหลเร็วขึ้น เพิ่มการไหลเวียนของเลือด สาม นวด: การออกแรงมากเกินไปทำให้กล้ามเนื้อสะสมกรดแลคติก นวดช่วยให้กรดแลคติกถูกดูดซึมเข้าสู่เลือดได้เร็วขึ้น วิธีคือ ใช้มือกดหรือใช้หมัดตีเบาๆ ขาหน้า ขาหลัง แขน ไหล่ หลัง ให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย หลังการเดินทาง หลายคนใช้การนอนหลับหรือนั่งเฉยๆ ในการฟื้นฟูพลังงาน ซึ่งเป็นความเข้าใจผิด ผู้เชี่ยวชาญเน้นย้ำว่า วันถัดไปหลังกิจกรรมหนัก อย่าพักผ่อน ต้องยังคงออกกำลังกายในระดับครึ่งหนึ่งของวันก่อน ให้ร่างกายได้พักฟื้น จึงจะลดความเมื่อยล้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฟื้นฟูพลังงานได้เร็วขึ้น สุดท้าย ผู้เชี่ยวชาญยังเตือนผู้หญิงทุกคนว่า หลังการท่องเที่ยว ควรตรวจสุขภาพ ตรวจสอบว่าคุณมีสุขภาพดีหรือไม่ ไม่ได้ติดเชื้อโรคใดๆ จึงจะกลับไปทำงานได้อย่างปลอดภัย อาหารช่วยฟื้นฟูพลังงานได้ 1. ชาอุ่น: ชา содержитคาเฟอีน ช่วยเพิ่มความถี่และความลึกของการหายใจ กระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนอะดรีนาลีน จึงช่วยต้านความเมื่อยล้า กาแฟ ช็อกโกแลตก็มีผลคล้ายกัน 2. อาหารโปรตีนสูง: ร่างกายสูญเสียพลังงานมากก็รู้สึกเมื่อยล้า จึงควรรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูง เช่น ถั่ว นม หมู วัว ปลา ไข่ 3. วิตามิน: วิตามินบีและวิตามินซีช่วยขจัดของเสียที่สะสมในร่างกายได้เร็ว ดังนั้น รับประทานอาหารที่มีวิตามินบีและวิตามินซี จึงช่วยลดความเมื่อยล้าได้ 4. ดื่มน้ำที่มีชีวิตหรือน้ำบริสุทธิ์: น้ำมีออกซิเจนจำนวนมาก ช่วยบรรเทาความเมื่อยล้าได้เร็ว 5. อาหารด่าง: ควรรับประทานอาหารด่าง เช่น ผักผลไม้สด ถั่ว นม ตับสัตว์ที่มีโปรตีนและวิตามินสูง อาหารเหล่านี้เมื่อถูกดูดซึมในร่างกาย จะช่วยลดความเป็นกรดในเลือด ทำให้สมดุลเป็นด่างอ่อนๆ จึงช่วยลดความเมื่อยล้าได้ ลองทำท่าออกกำลังกายผ่อนคลาย 1. ท่ายืดคอ นั่ง ใช้มือกอดหัว แขนสองข้างแนบแก้ม ดันแรงเล็กน้อย ทำให้คอโค้งลง แล้วใช้แรงดันคอให้โค้งขึ้น ทำ 8 ครั้ง แต่ละครั้งหยุด 1–2 วินาที 2. ท่ายืดข้าง นั่ง หนึ่งมือจับเอว อีกมือยื่นขึ้น ตัวเอนข้างเล็กน้อย ยืดมือขึ้นข้าง 5 ครั้ง แล้วสลับอีกข้าง แต่ละครั้งหยุด 1–2 วินาที 3. ท่ายืดไหล่ นั่ง ยกมือขึ้น จับมือกัน ฝ่ามือหันขึ้น แล้วใช้แรงดันขึ้นลงช้าๆ 10 ครั้ง 4. ท่ายืดหน้าท้อง นั่ง ใช้มือกอดหัว โค้งตัวไปข้างหน้า แล้วค่อยๆ ยืดตัวขึ้น โค้งข้อศอกออกด้านข้าง ยืดตัวให้ตรงที่สุด ค้างไว้ 3–4 วินาที ทำช้าๆ 5 ครั้ง 5. ท่ายืดหลัง นั่ง โค้งแขนทั้งสองข้าง ยกขึ้นข้างหน้า งอหลัง หัวต่ำ แล้วยืดแขนข้างหลัง หัวเงย อกยื่น ทำ 10 ครั้ง 6. ท่ายืดขา นั่ง หัวเข่าพับไว้ที่หน้าอก แล้วค่อยๆ ยืดขาทั้งสองข้าง ปลายเท้าชี้ไปข้างหน้า ทำ 10 ครั้ง แต่ละครั้งหยุด 1–2 วินาที ทำให้ความสุขยังคงอยู่ 1. บนรถหรือเครื่องบินกลับบ้าน คุยกับคนอื่นอย่างสบายๆ หรือปิดตาพักผ่อน 2. ดูหนังตลกหรือหนังรัก หรือดูหนังที่เคยดูแล้ว หรือฟังเพลงที่คุ้นเคย เพื่อให้จิตใจที่ตื่นตัวสงบลง 3. อย่าหลงกลในความอยากนั่งเฉยๆ หรือความทรงจำที่สวยงามจากการพักผ่อน บอกตัวเองว่าต้องกลับสู่ชีวิตเดิม 4. ชงกาแฟเข้มๆ หรือชงชา ไม่คิดอะไร นั่งเงียบๆ ซักพัก 5. นำความสุขจากการพักผ่อนกลับมา ลองให้เพื่อนร่วมงานหรือเพื่อนดูรูปถ่าย เล่าเรื่องสนุกๆ แจกของฝากที่ซื้อมา 6. นำประโยชน์และอารมณ์ดีจากการท่องเที่ยวมาเชื่อมโยงกับคุณค่าของการทำงาน กลับมาสู่จังหวะชีวิตเดิม
|