เมื่อพูดถึงการดูแลสุขภาพ วิธีการที่สืบสืบมาจากสมัยโบราณมีจำนวนมาก แต่ในยุคปัจจุบัน แทบไม่มีใครมีชีวิตแบบ “เก็บดอกไม้ใต้รั้วตะวันออก มองเห็นภูเขาใต้ท้องฟ้า” อีกแล้ว ทั้งในเมืองและชนบท กลางวันมีรถติด กลางคืนมีโทรทัศน์และโทรศัพท์ บรรยากาศเงียบสงบจึงหายไป ดังนั้น การดูแลสุขภาพต้องปรับตัวให้เหมาะสมกับเวลา สถานที่ และบุคคล 1. ปรับตัวตามฤดูกาล: สมัยโบราณ ตื่นเช้าทำงาน นอนตอนเย็น ชีวิตประจำวันเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติอย่างมีระเบียบ แต่คนสมัยใหม่ ทั้งปี ฤดูหนาวมีเครื่องทำความร้อน ฤดูร้อนมีเครื่องปรับอากาศ จึงตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิธรรมชาติช้าลง ดังนั้น การดูแลสุขภาพควรเริ่มจากการใช้ชีวิตประจำวัน สร้างนิสัยที่ดี เช่น ควบคุมอาหาร จัดเวลาพักผ่อนและนอนหลับให้เหมาะสม 2. ปรับตัวตามสถานที่: สมัยโบราณอาศัยอยู่ในหมู่บ้าน ทุ่งนา ถนนแคบ แมวและหมาเห็นกัน ผู้คนสื่อสารกันง่าย แต่คนสมัยใหม่อาศัยอยู่ในอาคารที่แยกจากกัน ไม่ค่อยมีการติดต่อกัน จึงมีความกดดันทางจิตใจสูง ดังนั้น การดูแลสุขภาพควรใช้กิจกรรมออกกำลังกายแบบกลุ่ม เช่น เล่นไทชิ รำวง ซึ่งเหมาะกับผู้สูงอายุสมัยใหม่ ทั้งช่วยเสริมสร้างร่างกาย และสร้างเพื่อน ลดความเหงา 3. ปรับตัวตามบุคคล: สมัยโบราณมีงานแรง โอกาสได้เคลื่อนไหวมากกว่าคนสมัยใหม่ จึงนิยมฝึกสมาธิเพื่อปรับพลังงานและจิตใจ แต่คนสมัยใหม่ส่วนใหญ่ทำงานทางปัญญา ออกไปก็ขับรถ กลับมาอยู่กับที่ โอกาสเคลื่อนไหวน้อย ดังนั้น การเต้น ศิลปะการต่อสู้ วิ่งเดินเบา จึงช่วยเติมเต็มข้อบกพร่องเหล่านี้ได้ อย่างไรก็ตาม ไม่ควรใช้วิธีเดียวกันกับทุกคน สำหรับคนที่ชอบอยู่นิ่ง อาจฝึกเขียนอักษร ดูแลต้นไม้ หรือปลูกดอกไม้ ซึ่งก็สามารถเพลิดเพลินและดูแลสุขภาพได้ แต่ถ้าฝืนธรรมชาติ อาจเพิ่มความกดดันทางจิตใจ ทำให้สุขภาพเสียหาย ดังนั้น การดูแลสุขภาพไม่ควรยึดติดกับวิธีโบราณ แต่ควรปรับตัวให้เหมาะสมที่สุด
|