ผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอ ป่วยมานาน หรือผู้สูงอายุ มักใช้ยาบำรุง แต่กลับไม่เห็นผล หรือไม่เห็นผลเลย สาเหตุคืออะไร? ยาไม่ตรงกับอาการ การบำรุงต้องรู้จักสภาพร่างกายของตนเอง ว่าเป็นภาวะขาดหยินหรือขาดหยาง? เป็นภาวะขาดพลังงานหรือขาดเลือด? แล้วจึงเลือกยาบำรุงที่เหมาะสมตามหลัก “ขาดอะไรเติมอะไร” ตัวอย่างเช่น ผู้ที่เหนื่อยล้า หมดแรง หายใจไม่ค่อยทัน ถือว่าเป็นภาวะขาดพลังงาน ควรรับประทานยาบำรุงพลังงาน เช่น ราก人参 ถ้าหนาว ปวดหลัง ปวดกระดูก ถือว่าเป็นภาวะขาดหยางของไต ควรรับประทานยาบำรุงไต เช่น ตูจง ถ้ามึนงง หมดแรง แขนขาอ่อนแรง ถือว่าเป็นภาวะขาดหยินและเลือด ควรรับประทานยาบำรุงหยินและเลือด เช่น อาเจี้ย หรือปั่วชอ ฯลฯ แต่บางคนคิดว่า วิงเวียนหัว หน้ามืด ความจำเสื่อม คือร่างกายอ่อนแอ จึงรับประทานราก人参 ซึ่งไม่เหมาะสม บางคนเป็นภาวะหยินขาด ไฟร้อน แต่กลับรับประทานลู่หยง คล้ายเทียนใส่ไฟ บางคนเป็นหวัด ไข้ ท้องอืด ท้องเสีย แต่กลับรับประทานยาบำรุง ถือว่าช่วยให้ศัตรูมีพลัง บางคนมีภาวะพลังงานคั่ง ความคั่งเลือด เสมหะ หรือมีอาการภายนอก แต่ก็รับประทานยาบำรุง ถือว่าเป็นการรับประทานยาบำรุงอย่างไม่ระมัดระวัง ไม่เพียงแต่ไม่เห็นผล แต่ยังทำให้อาการแย่ลงอีกด้วย ไม่ได้เตรียมร่างกายก่อนรับประทานยาบำรุง ก่อนรับประทานยาบำรุง ควรรับประทานยาช่วยเตรียมร่างกายก่อน เพื่อสร้างฐานรับประทานยาบำรุง ถ้ามีปัญหาเรื่องการย่อยอาหาร หรือท้องอืด ควรรับประทานยา “เซียงชาลี่จวิน” หรือ “จีซือวัน” ก่อน แล้วจึงรับประทานยาบำรุง จะเพิ่มประสิทธิภาพการบำรุงได้ ปริมาณไม่เหมาะสม ตามคำแนะนำ ปริมาณราก人参 วันละไม่เกิน 5 กรัม ทั่วไปใช้ 10–15 วันเป็นคอร์ส ถ้าจำเป็น สามารถหยุดพัก 2 สัปดาห์ แล้วเริ่มใหม่ ยาอาเจี้ย วันละ 15–20 กรัม ลู่หยงเหล้า วันละ 5–8 มิลลิลิตร หางจี วันละ 10 กรัม ถ้าปริมาณยาบำรุงน้อยเกินไป อาจไม่เห็นผล แต่ถ้ามากเกินไป อาจเกิดผลข้างเคียงได้ วิธีรับประทานไม่เหมาะสม ควรรับประทานยาบำรุงด้วยน้ำอุ่น ไม่ควรใช้น้ำชา เพราะน้ำชาอัดก๊าซ อาจทำให้สารที่มีประโยชน์ในยาบำรุงรวมตัวกัน ทำให้สูญเสียประสิทธิภาพ ลู่หยงควรบดเป็นผง รับประทาน หรือดื่มเป็นเหล้า ถ้าต้มด้วยน้ำ จะทำลายสารที่มีประโยชน์ ละเลยการรับประทานอาหารบำรุง คนทั่วไปมักคิดว่า ราก人参 บำรุงพลังงาน ทำให้แข็งแรง ไม่ต้องรับประทานอาหารบำรุง แต่ความจริงคือ ยาบำรุงต้องอาศัยอาหารบำรุง ยาบำรุงมีผลต่อระบบประสาทและฮอร์โมน ช่วยเพิ่มความสามารถในการตอบสนองต่อความเครียด กระตุ้นการสร้างโปรตีนและกรดนิวคลีอิก ปรับปรุงการทำงานของระบบย่อยอาหาร ระบบหัวใจและหลอดเลือด ทำให้กลับสู่ภาวะปกติ พร้อมทั้งช่วยปรับสมดุลการเผาผลาญ กระตุ้นการทำงานของระบบเลือด ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย แต่การรับประทานอาหารบำรุงช่วยเพิ่มความอยากอาหาร ทำให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ดี ยาบำรุงมีผลต่อการเสริมพลังงาน อาหารบำรุงมีผลต่อการดูแลร่างกาย ทั้งสองอย่างร่วมกัน ทำให้พลังงานเสริมกัน ยาช่วยอาหาร อาหารช่วยยา ช่วยกันอย่างสมบูรณ์ ผลลัพธ์ดีขึ้น
|