คนทั่วไปมักคิดว่าการกินผลไม้มีประโยชน์ต่อร่างกายแน่นอน และยิ่งกินมากเท่าไรยิ่งดี แต่ความจริงไม่ใช่เช่นนั้น ผลไม้บางชนิดในบางช่วงเวลาอาจเป็นอันตรายต่อผู้คนบางกลุ่ม หรือแม้กระทั่งก่อให้เกิดโรคได้ หากไม่จัดการอย่างถูกต้อง ดังนั้น การรู้จักวิธีกินผลไม้อย่างถูกต้องจึงเป็นสิ่งจำเป็นมาก ความรู้เกี่ยวกับลักษณะของผลไม้ ผลไม้โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ข้างเย็น ข้างร้อน และรสหวานกลาง ผลไม้ประเภทเย็น เช่น ส้ม มะนาว หัวบัว บัวหู กล้วย เสาวะ ทุเรียน องุ่น สาลี่ ฯลฯ ควรระวังในการบริโภคสำหรับผู้ที่มีร่างกายเย็น ผลไม้ประเภทร้อน เช่น มะเดื่อ ถั่ว แอปริคอท ลิ้นจี่ องุ่น ลูกพีช ทุเรียน มะม่วง ฯลฯ ควรกินในปริมาณที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่มีร่างกายร้อน ผลไม้ประเภทหวานกลาง เช่น เมล็ดพืช ลูกพลับ มะพร้าว ลำโพง สาลี่ แอปเปิล ฯลฯ สามารถกินได้โดยทั่วไปสำหรับทุกสภาพร่างกาย ข้อห้ามในการกินผลไม้ ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวไม่ควรกินมากเกินไป ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น ลูกชุบ ลูกพลับ ลูกพีช เป็นต้น ซึ่งมีสารเปรี้ยวที่ยากต่อการสลายตัว จึงทำให้ร่างกายมีแนวโน้มเป็นกรด จึงไม่แนะนำให้กินมาก ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวมีกรดแทนนิน ซึ่งเมื่อกินร่วมกับอาหารทะเลจะทำให้โปรตีนแข็งตัวและตกตะกอนในลำไส้ ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ ปวดท้อง ท้องเสีย และระบบย่อยอาหารไม่ดี นอกจากนี้ รสเปรี้ยวจากผลไม้จะกระตุ้นเยื่อบุกระเพาะร่วมกับกรดในกระเพาะ จึงไม่เหมาะกับผู้ที่มีแผลในกระเพาะ รวมถึงผู้ที่มีอาการ constipation ควรหลีกเลี่ยงผลไม้รสเปรี้ยว เพราะอาจทำให้อาการแย่ลงได้ ลิ้นจี่และลูกเดือยควรกินในปริมาณที่พอเหมาะ ลิ้นจี่และลูกเดือยมีลักษณะร้อน ถ้ากินมากเกินไปจะทำให้ร่างกายร้อน จึงไม่ควรกินมากเกินไปสำหรับผู้ที่มีร่างกายร้อนหรือมีไฟในร่างกายสูง อาจกินแล้วเกิดอาการฟันบวม แผลเลือดไหล หรือเลือดออกทางจมูก กรณีรุนแรงอาจเกิดโรคที่เรียกว่า “โรคลิ้นจี่” ซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไป สาลี่และส้มโอไม่ใช่ทุกคนกินได้ มีลักษณะเย็น ถ้ากินมากเกินไปจะทำลายพลังงานภายในร่างกาย ผู้ที่มีร่างกายเย็น หนาวสั่น แขนขาเย็น หรือมีกระเพาะอาหารอ่อนแอ หญิงตั้งครรภ์ ควรหลีกเลี่ยงหรือไม่กินเลย ห้ามกินผลไม้ขณะท้องว่าง ผลไม้เช่น มะเขือเทศ มะม่วง ส้ม สาลี่ กล้วย อัลมอนด์ ไม่ควรกินขณะท้องว่าง เพราะมะเขือเทศมีกากใย ฟีนอล สารกันซึมละลายน้ำ ถ้ากินขณะท้องว่าง จะรวมตัวกับกรดในกระเพาะ ทำให้ความดันในกระเพาะเพิ่มขึ้น จนเกิดอาการปวดท้อง มะม่วงมีสารแทนนิน ซึ่งรวมตัวกับกรดในกระเพาะกลายเป็น “ก้อนมะม่วง” ผู้ที่มีหินในถุงน้ำดีหรือหินในไต ควรระมัดระวังในการกินมะม่วง เพื่อป้องกันไม่ให้อาการทรุดลง ผลไม้ส้มมีน้ำตาลและกรดอินทรีย์จำนวนมาก ถ้ากินขณะท้องว่างจะทำให้เกิดอาการท้องอืด คลื่นไส้ สาลี่มีรสเปรี้ยว ถ้ากินขณะท้องว่างจะทำให้รู้สึกเหมือนหิวหรือปวดท้อง กล้วยมีแร่ธาตุโพแทสเซียมและแมกนีเซียมสูง ถ้ากินขณะท้องว่าง ทำให้ระดับแมกนีเซียมในเลือดสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกดการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด อัลมอนด์ไม่ควรกินขณะท้องว่าง หรือกินหลังจากกินเนื้อสัตว์หรือแป้ง อาจทำให้ระบบทางเดินอาหารทำงานผิดปกติ คำวิจารณ์ผลไม้ที่พบบ่อย แตงกวา แตงกวาเป็นเครื่องดื่มที่ดีในการลดความร้อนในฤดูร้อน แต่ผู้ป่วยเบาหวานและผู้ที่มีอาการท้องอืดควรหลีกเลี่ยงการกินแตงกวา แตงกวาและผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงมักจะย่อยในลำไส้ ไม่ใช่ในกระเพาะ ดังนั้น เมื่อกินร่วมกับอาหารที่ต้องใช้น้ำลายและกระเพาะในการย่อย แตงกวาจะถูกย่อยเร็วในกระเพาะ แล้วเริ่มหมักและสร้างก๊าซ ทำให้รู้สึกท้องอืดไม่สบาย ด้วยเหตุนี้ แตงกวาควรกินแยกจากอาหารอื่น หรือกินขณะท้องว่าง หรือกินหลังจากกินอาหารอื่นเป็นเวลา 2 ชั่วโมง กล้วย ผู้ที่มีร่างกายเย็น หรือกระเพาะอ่อนแอ ไม่ควรกินกล้วย เพราะกล้วยย่อยในลำไส้ช้า อาจส่งผลเสียต่อถุงน้ำดี องุ่น องุ่นควรกินหลังจากเก็บมาแล้ว 2 วัน เพราะองุ่นที่เพิ่งเก็บมาจะสร้างก๊าซจำนวนมากในลำไส้เล็ก ผิวและเยื่อภายในของเปลือกองุ่นอุดมไปด้วยสารอาหาร แต่ควรหลีกเลี่ยงการกินเปลือกและหวี เพราะย่อยยากและอาจทำให้ท้องอืด ส้ม ส้มมีรสหวานเปรี้ยว ลักษณะเย็น มีสรรพคุณในการเคลื่อนลม บำรุงปอด ช่วยลดอาการเมา บรรเทาอาการท้องเสีย ช่วยขจัดเสมหะ ขจัดพิษ บรรเทาอาการปวดหลัง รักษาอาการอักเสบของเต้านม แต่ผู้ที่มีภาวะ “หยินขาด หยางเกิน” ควรกินน้อยลง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการร้อนในส่วนบน มะพร้าว มีรสหวาน มีสรรพคุณในการเสริมพลังงาน ฆ่าพยาธิ น้ำมะพร้าวและเนื้อมะพร้าวสามารถกินได้ มะพร้าวที่สุกแล้วเมื่อจับไว้แล้วสั่นจะได้ยินเสียงของน้ำด้านใน แอปเปิล แอปเปิลมีสีสันสวยงาม หอมหวานกรอบ แพทย์แผนจีนเชื่อว่าแอปเปิลมีลักษณะกลาง ช่วยบำรุงหัวใจ บำรุงปอด ช่วยขจัดพิษ บำรุงพลังงาน ช่วยย่อยอาหาร ช่วยลดอาการเมา ช่วยสมานตับ แต่เนื่องจากมีน้ำตาลฟรุกโตสและกรดฟรุกโทสสูง จึงมีผลทำลายฟัน ควรล้างปากหรือแปรงฟันทันทีหลังกิน ทุเรียน ทุเรียนมีเนื้อสีเหลืองอร่อย น้ำหนักดี หอมชวนกิน ช่วยบำรุงกระเพาะ บรรเทาอาการคลื่นไส้ ผิวทุเรียนสามารถรักษาโรคผิวหนังอักเสบ แต่ห้ามกินร่วมกับอาหารเผ็ดร้อน ถ้ากินมากอาจส่งผลเสียต่อไต ส้มโอ มีสารคล้ายอินซูลิน วิตามิน นิโคตินาไมด์ น้ำตาล แคลเซียม เหล็ก ฟอสฟอรัส ไขมัน รสหวานเปรี้ยว ลักษณะเย็น มีสรรพคุณในการลดลม ลดการอักเสบ ช่วยย่อยอาหาร ช่วยลดอาการเมา ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด มีผลดีต่อผิวพรรณและผม ลูกพลับ ลูกพลับมีรสชาติอร่อย น้ำหนักดี ช่วยลดความร้อนในตับ กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด มีผลดีต่อผิวพรรณและผม แต่หากกินมากเกินไปอาจทำให้เกิดเสมหะ ทำลายฟัน ผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอควรกินน้อยลง ตามประสบการณ์ของผู้คนโบราณ ถ้าลูกพลับมีรสขม หรือลอยน้ำ แสดงว่ามีพิษ ไม่ควรกิน
|