เมื่อเช้าวันนี้ หญิงสาววัย 17 ปี ได้รับการรักษาจนหายดีและออกจากโรงพยาบาลจีนแพทย์ปักกิ่ง หญิงสาวชั้น ม.2 ป่วยด้วยภาวะเลือดออกผิดปกติจากฮอร์โมนในวัยรุ่น แต่เธอไม่ยอมไปพบแพทย์เพราะกลัวจะเสียเวลาเรียน ทำให้เลือดออกทางช่องคลอดและจมูกอย่างต่อเนื่อง จนเกิดภาวะโลหิตจางรุนแรง ระดับฮีโมโกลบินต่ำสุดเพียง 3.2 กรัม อยู่ในภาวะช็อคจากเลือดออก ต้องได้รับการถ่ายเลือดจำนวนมากจึงรอดชีวิต ล่าสุด โรงพยาบาลจีนแพทย์ปักกิ่งได้รับผู้ป่วยกลุ่มนี้หลายราย หัวหน้าแผนกสตรีวิทยาของโรงพยาบาลกล่าวว่า แม้เด็กเหล่านี้จะหายดี แต่พวกเธอยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากการติดเชื้อจากเลือด และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาวจากภาวะโลหิตจาง การติดตามและวิเคราะห์ประวัติของผู้ป่วยที่มีภาวะเลือดออกผิดปกติ พบว่า แม้พวกเขาจะมีประวัติประจำเดือนไม่สม่ำเสมอ แต่ก่อนที่จะมีเลือดออกมาก ทุกคนมีลักษณะร่วมกัน คือ รับประทานอาหารเสริมมากเกินไป ลูกสาวมีประจำเดือนนาน คุณแม่ที่ดีใจกลัวว่าลูกจะอ่อนแรง จึงให้ลูกกินกุยหลิน หมู อาหารเสริมอื่น ๆ ดื่มน้ำตาลแดงบ่อย ๆ คิดว่าเลือดออกมากต้องเสริมเลือด แม้แพทย์บอกว่า "ห้ามกินอาหารที่ทำให้ร้อน" แต่ยังกินช็อกโกแลต ไก่ทอด พริกเผ็ด มากเกินไป ผลกลับตรงข้าม "เสริม" ทำให้เลือดร้อน ไหลไม่หยุด ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ด้วยการพัฒนาของมาตรฐานชีวิต โครงสร้างอาหารเปลี่ยนไป วัยรุ่นจำนวนมากเกิดภาวะฮอร์โมนผิดปกติจากกินอาหารมัน หนัก รสจัด ทำให้เกิดภาวะเลือดร้อน น้ำในร่างกายขาด ซึ่งแพทย์แผนจีนเรียกว่า "เลือดร้อน น้ำแห้ง" อาการที่พบบ่อย เช่น ผิวหนังเป็นสิว น้ำหนักเกิน ประจำเดือนไม่มา ประจำเดือนมาบ่อย หรือเลือดออกไม่หยุด ล้วนเกี่ยวข้องกับปัญหานี้ แม้จะมีภาวะโลหิตจางจากเลือดออกนาน ทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว แต่ถ้ายังมีความร้อนในร่างกาย ยังไม่สงบ ถ้าเสริมอาหารในขณะนั้น ถือว่า "เติมไฟให้กองไฟ" แพทย์ยุคชิง หยางอัน กล่าวว่า "หากโรคจำเป็นต้องรักษา แม้แต่ฟูซี ดาฮวง หรือพิษก็เป็นสมบัติ แต่ถ้าไม่จำเป็นต้องรักษา แม้แต่ซิน ฉี ลู่หยง จูซี ก็เป็นพิษ" หมายความว่า ยาที่มีพิษ ถ้าใช้ถูกต้อง สามารถช่วยชีวิตได้ แต่ถ้าไม่ใช่กรณี ยาบำรุงก็เหมือนพิษที่ฆ่าคนได้โดยไม่รู้ตัว อาหารก็เหมือนยา ต้องพิจารณาความเย็น ความร้อน ความร้อน ความเย็น อาหารที่มีคุณค่า ถ้ากินมากเกินไป หรือกินผิดวิธี ก็อาจเป็นอันตรายต่อร่างกาย นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังเตือนผู้ปกครองว่า ถ้าลูกมีโรค ต้องรีบไปพบแพทย์ รักษาตั้งแต่เริ่ม อย่าปล่อยให้โรคเล็กกลายเป็นโรคใหญ่
|