ผู้ชายแข็งแรงกว่าผู้หญิง มีกล้ามเนื้อแข็งแรง ต้องเผาผลาญพลังงานมากกว่า ทั้งยังมีการเผาผลาญคอเลสเตอรอลบกพร่องบ่อยครั้ง จึงมีแนวโน้มเป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง หัวใจวาย เป็นต้น นักวิชาการชาวอเมริกันจึงสรุปองค์ประกอบสำคัญด้านโภชนาการสำหรับผู้ชายไว้ 1. รับประทานโครเมียมในปริมาณที่เหมาะสม โครเมียมช่วยส่งเสริมการเผาผลาญคอเลสเตอรอล เพิ่มความทนทานของร่างกาย และในบางสภาพร่างกายสามารถส่งเสริมการสร้างกล้ามเนื้อ ลดไขมันส่วนเกิน ผู้ชายวัยกลางคนต้องการโครเมียมอย่างน้อย 50 ไมโครกรัมต่อวัน ผู้ชายที่ออกกำลังกายมากอาจต้องการ 100–200 ไมโครกรัมต่อวัน ซึ่งปริมาณนี้ยากที่จะได้จากอาหารเพียงอย่างเดียว จึงแนะนำให้ผู้ชายรับประทานยาเสริมที่มีโครเมียม เช่น วิตามินรวมและแร่ธาตุ หรือดื่มเบียร์ 2. กินอาหารที่มีไฟเบอร์พืชสูง ไฟเบอร์พืชมีบทบาทหลักในการเร่งการเคลื่อนไหวของลำไส้ ลดระดับคอเลสเตอรอลและสารดูดซึมบางชนิด ลดระดับกลูโคสและกรดไขมันในเลือด มีผลลดความดันโลหิต ยังช่วยกำจัดสารก่อมะเร็งบางชนิด ลดความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ ผู้ที่กินอาหารที่มีไฟเบอร์พืชสูงจะรู้สึกอิ่ม ไม่ต้องกังวลเรื่องพลังงานส่วนเกิน จึงมีผลช่วยลดน้ำหนัก แนะนำให้ผู้ชายกินไฟเบอร์พืช 18–20 กรัมต่อการรับประทานอาหาร อาหารที่มีไฟเบอร์พืชสูง ได้แก่ แป้งข้าวสาลี ขนมปังโฮลวีต ผักกาดขาว มันเทศ แครอท แอปเปิ้ล ผักกาดดอง ดอกกะหล่ำ คะน้า เป็นต้น 3. กินอาหารที่มีแมกนีเซียมสูง แมกนีเซียมช่วยควบคุมการทำงานของหัวใจ ลดความดันโลหิต ป้องกันโรคหัวใจ และเพิ่มความสามารถในการมีบุตรของผู้ชาย แนะนำให้ผู้ชายกินข้าวโอ๊ตนม 2 ถ้วย และกล้วย 1 ลูก ในมื้อเช้า อาหารที่มีแมกนีเซียมสูง ได้แก่ ถั่วเหลือง มันเทศอบ ถั่วต่างๆ ข้าวโอ๊ต พาสต้า และผลิตภัณฑ์จากทะเล 4. กินอาหารที่มีวิตามินเอสูง วิตามินเอช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ป้องกันมะเร็ง และปกป้องสายตา ผู้ใหญ่ชายต้องการวิตามินเอ 1,000 ไมโครกรัมต่อวัน แต่หากกินมากเกินไปอาจเป็นอันตรายต่อร่างกาย อาหารที่มีวิตามินเอสูง ได้แก่ ตับ ผลิตภัณฑ์จากนม ปลา มะเขือเทศ แครอท ลูกพลับ แตงกวา เป็นต้น 5. กินอาหารที่มีวิตามินบี6สูง วิตามินบี6ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ป้องกันมะเร็งผิวหนังและโรคหินในไต ผู้ชายต้องการวิตามินบี6 2 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งเทียบเท่ากับปริมาณในกล้วย 2 ลูก อาหารที่มีวิตามินบี6สูง ได้แก่ ไก่ ตับ มันเทศ เมล็ดทานตะวัน อะโวคาโด กล้วย เป็นต้น
|