สมุนไพรพื้นบ้าน
หน้าแรกสมุนไพรพื้นบ้านตำรายาสมุนไพรจีน เพิ่มหน้าเว็บนี้ลงในบุ๊กมาร์ก

เข้าถึงอย่างรวดเร็ว

นี่คือลิงก์ด่วนสำหรับอาการทั่วไป:

ประกาศสำคัญ: สูตรยาบนเว็บไซต์นี้มีไว้สำหรับข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนใช้
7000+
จำนวนสูตรยาทั้งหมด
9
ภาษาที่รองรับ
10
หมวดหมู่
24/7
การเข้าถึง
ค้นหาสูตรยาพื้นบ้านจีน
ค้นหาสูตรยา:
หมวดหมู่สูตรยา:: อายุรกรรม ศัลยกรรม เนื้องอก ผิวหนัง โสตศอนาสิก นรีเวช วิทยาระบบปัสสาวะชาย กุมารเวช สุขภาพ ยาดองเหล้า อื่นๆ

สมุนไพรพื้นบ้าน / อาหารสมุนไพร / / ห้ามกินผลไม้ 7 ข้อก่อนหน้า ดูทั้งหมด ถัดไป

ห้ามกินผลไม้ 7 ข้อ

1. ห้ามกินผลไม้ที่ไม่สะอาด: การกินผลไม้ที่เน่า หรือผลไม้ที่ไม่มีอุปกรณ์ป้องกันฝุ่น แมลง หรือไม่ล้างทำความสะอาดอย่างดี เช่น ราสเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ หรือแตงโมที่หั่นแล้ว อาจทำให้เกิดโรคท้องร่วง ไทฟอยด์ หรือโรคทางเดินอาหารเฉียบพลัน
2. ห้ามใช้แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อผลไม้: แอลกอฮอล์อาจฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ผิวผลไม้ได้ แต่จะทำให้สี กลิ่น รสชาติเปลี่ยนไป แอลกอฮอล์จะปฏิกิริยากับกรดในผลไม้ ทำให้คุณค่าทางโภชนาการลดลง
3. ห้ามกินผลไม้โดยไม่ปอกเปลือก: บางคนคิดว่า วิตามินในเปลือกผลไม้สูงกว่าเนื้อผลไม้ จึงกินผลไม้ทั้งเปลือก แต่ความจริงคือ ผลไม้ที่มีโรคหรือแมลง อาจถูกฉีดพ่นยาฆ่าแมลง ซึ่งยาฆ่าแมลงจะซึมเข้าไปในชั้นไขมันของเปลือก จึงมีสารพิษตกค้างในเปลือกมากกว่าเนื้อผลไม้
4. ห้ามใช้มีดผักปอกผลไม้: เพราะมีดผักมักสัมผัสกับเนื้อสัตว์ ปลา ผัก อาจนำพยาธิหรือไข่พยาธิมาสู่ผลไม้ ทำให้ติดเชื้อโรคพยาธิ โดยเฉพาะรอยสนิมบนมีดและกรดแทนนินในแอปเปิ้ลจะเกิดปฏิกิริยาเคมี ทำให้สี กลิ่น รสชาติของแอปเปิ้ลแย่ลง
5. ห้ามกินผลไม้ทันทีหลังอาหาร: การกินผลไม้ทันทีหลังอาหาร ไม่ได้ช่วยย่อย แต่กลับทำให้ท้องอืด ท้องผูก ดังนั้นควรกินผลไม้ 2 ชั่วโมงหลังอาหาร หรือ 1 ชั่วโมงก่อนอาหาร
6. ห้ามกินผลไม้แล้วไม่แปรงฟัน: ผลไม้บางชนิดมีน้ำตาลที่ทำให้เกิดการหมัก ทำลายฟัน หากไม่แปรงฟันหลังกิน ซากผลไม้ในช่องปากจะทำให้เกิดฟันผุ
7. ห้ามกินผลไม้มากเกินไป: การกินผลไม้มากเกินไป ทำให้ร่างกายขาดทองแดง ทำให้ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูง ทำให้เกิดโรคหัวใจ จึงไม่ควรกินผลไม้มากเกินไปในช่วงเวลาสั้นๆ
โรคจากผลไม้ที่กินมากเกินไป:
1. แพ้: พบบ่อยที่สุดคือ มะม่วง กล้วย บางคนกินแล้วริมฝีปากชา บวม รุนแรงอาจมีผื่นทั่วร่างกาย;
2. หินปูนในไต: กินทุเรียนมากเกินไปอาจทำให้เกิดหินปูน ซึ่งเกี่ยวข้องกับสารแทนนินในทุเรียน ยิ่งไปกว่านั้น สารกัมมันต์ที่ใช้เพื่อป้องกันความขม อาจทำให้เกิดหินปูนได้ โดยเฉพาะผู้สูงอายุกินมากเกินไปอาจทำให้ลำไส้ตีบตัน;
3. ท้องผูก: แพทย์แผนจีนเชื่อว่า แอปเปิ้ล ทุเรียน มีคุณสมบัติ "ยึดติด" ใช้รักษาท้องเสีย ดังนั้น คนที่ท้องผูกควรกินน้อยลง แอปเปิ้ลมีแทนนินสูง ซึ่งรวมกับโปรตีนจะสร้างโปรตีนแทนนินที่มีคุณสมบัติยึดติด ทำให้ลำไส้เคลื่อนไหวช้าลง ทำให้ของเสียอยู่ในลำไส้นานขึ้น ทำให้เกิดท้องผูก;
4. น้ำตาลในเลือดต่ำ: กินมะม่วงมากเกินไป อาจทำให้เกิดน้ำตาลในเลือดต่ำ ผู้ที่มีภาวะอักเสบเรื้อรังของต่อมทอนซิล ลำคอ แพ้ หรือโรคเบาหวาน ไม่ควรกินมะม่วงสดมากเกินไป;
5. ย่อยยาก: ลูกทุเรียนมีโปรตีนพืชสูง ทำให้ย่อยยาก

วิธีใช้เว็บไซต์

  1. ป้อนชื่อโรคหรืออาการในช่องค้นหา
  2. คลิกปุ่มค้นหาเพื่อหาสูตรยาที่เกี่ยวข้อง
  3. เรียกดูผลการค้นหา คลิกสูตรยาที่สนใจ
  4. อ่านคำอธิบายรายละเอียดและวิธีใช้สูตรยาอย่างละเอียด
  5. ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้

ค้นหาที่นิยมในสัปดาห์นี้

ติดต่อเรา

หากคุณมีคำถามหรือข้อเสนอแนะ โปรดติดต่อเรา

อีเมล: [email protected]