ในฤดูหนาว ขณะที่ต้องต้านความหนาวเย็น ควรระวังว่าอาหารที่ช่วยขจัดความหนาวเย็นและเสริมพลังงานมักมีแคลอรี่สูง ทานบ่อยๆ อาจทำให้ร่างกายสะสมความร้อน ทำให้เกิดความร้อนในปอด แสดงอาการปากแห้ง ลิ้นแห้ง ฯลฯ แล้วจะทำอย่างไรเพื่อควบคุมความร้อนนี้? แพทย์แผนจีนเชื่อว่า ควรเลือกอาหาร "หวานเย็น" หรืออาหารที่มีลักษณะเย็น เพื่อควบคุมความร้อนนี้ ในฤดูหนาว มีอาหาร "หวานเย็น" ให้เลือกมากมาย ตัวอย่างเช่น สามารถเพิ่มสมุนไพรเย็นอย่างกานา ฟูหลิน ลงในอาหารที่อบอุ่นเพื่อช่วยลดความร้อน ป้องกันร่างกายร้อนเกินไปหลังบำรุงร่างกาย หรือในชีวิตประจำวัน ควรเลือกอาหารเย็น เช่น งู หอย ไก่ ไก่ ไข่ สาหร่าย ปู น้ำผึ้ง งา ดอกไม้ขาว ลูกเดือย บัลเลอร์ หัวหอมขาว ผักกาดขาว ผักชี ผักคะน้า หัวไชโป๊ กล้วย ลูกแพร์ แอปเปิ้ล เป็นต้น หลายคนชอบต้มเนื้อวัวในฤดูหนาว ควรใส่หัวหอมขาวลงไปด้วย ชาวบ้านมีคำพูดว่า "กินหัวหอมในฤดูหนาว รับประทานขิงในฤดูร้อน ไม่ต้องไปหาหมอเพื่อขอใบสั่งยา" เพราะหัวหอมมีรสเผ็ดหวาน ลักษณะเป็นกลาง ช่วยขจัดความอึดอัด ขจัดเสมหะ ช่วยขจัดความร้อน ร่วมกับเนื้อวัวที่มีลักษณะร้อน จึงช่วยสมดุลกัน ไม่เพียงแต่เสริมพลังงาน แต่ยังช่วยย่อยอาหารได้ อาหารเย็นมีฤทธิ์สงบ ช่วยลดความร้อนและต้านการอักเสบ แต่ไม่เหมาะกับทุกคน ตามที่ศาสตราจารย์กานอี้ผิง โรงพยาบาลจีนแห่งมณฑลหูเป่ย์กล่าวไว้ว่า ผู้ที่มีอาการร้อน ร้อนในมือและเท้า เหงื่อออกตอนกลางดึก ซึ่งเป็นอาการขาดน้ำ ควรเลือกอาหาร "หวานเย็น" ได้บ้าง ตัวอย่างเช่น หัวหอมมีลักษณะเย็น ช่วยบำรุงร่างกาย ขจัดความร้อน สมดุลอวัยวะ ขจัดน้ำ จึงเหมาะกับผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดที่มีอาการอ่อนแอ รับประทานอาหารน้อย ไข้ต่ำ ท้องผูก บวมน้ำ ฯลฯ โดยทั่วไป ผู้ที่มีกระเพาะอาหารเย็น ควรหลีกเลี่ยงอาหารเย็นและยาบำรุงเย็น แต่กลับควรทานอาหารร้อนที่คนทั่วไปไม่ควรทานมากเกินไป เช่น หม้อไฟเนื้อสัตว์ หม้อไฟแกะ เป็นต้น แต่ก็ควรระวังอย่าทานมากเกินไป ถ้ารับพลังงานมากเกินไป อาจสะสมในร่างกาย ทำให้ร้อน ทำให้พลังงานภายนอกสูญเสีย ทำให้สมดุลของสารอาหารในร่างกายเสียหาย
|