เมื่ออายุเข้าสู่ช่วงกลางคน ควรดูแลเรื่องการรับประทานอาหารอย่างไร? จะหลีกเลี่ยงภาวะสุขภาพไม่สมบูรณ์ได้อย่างไร? การดื่มแอลกอฮอล์มีทั้งข้อดีและข้อเสีย การดื่มไวน์แดง 20–30 มิลลิลิตรต่อวัน สามารถลดความเสี่ยงของโรคหัวใจได้ถึง 75% แต่การดื่มเบียร์มากเกินไปจะทำให้กล้ามเนื้อหัวใจแก่เร็วขึ้น และเพิ่มปริมาณตะกั่วในเลือด จึงควรดื่มน้อยลงเป็นที่ดี กินอาหารที่ช่วยคงอารมณ์ให้มั่นคง แคลเซียมมีผลในการสงบอารมณ์ ผู้ที่มีอารมณ์โกรธง่ายควรใช้ผลิตภัณฑ์จากนม เช่น นมสด โยเกิร์ต ชีส รวมถึงอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น ปลา ตับ น้ำซุปกระดูก เพื่อปรับอารมณ์ให้ดีขึ้น เมื่อรู้สึกกดดันทางจิตใจ ร่างกายจะใช้วิตามินซีเพิ่มขึ้นอย่างมาก ดังนั้น ผู้ที่เครียดควรกินส้มเปลือกบาง หรือหม่อนพื้นดินเพื่อเติมวิตามินซีให้เพียงพอ รองรับงานที่ตึงเครียด หลังเหนื่อยล้า ควรกินอาหารที่เป็นด่าง เมื่อร่างกายเหนื่อยล้า ไม่ควรกินเนื้อสัตว์ ปลา ไข่ หรือสัตว์ปีกมากเกินไป เพราะเมื่อร่างกายเหนื่อยล้า สารกรดจะสะสมอยู่ภายในร่างกาย และอาหารเนื้อสัตว์เป็นอาหารที่เป็นกรด อาจทำให้รู้สึกเหนื่อยล้ามากขึ้น ตรงกันข้าม อาหารที่เป็นด่าง เช่น ผักสด อาหารทะเล ช่วยฟื้นฟูพลังงานได้อย่างรวดเร็ว ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 3 แก้ว เช้าตรู่ ดื่มน้ำผึ้งหนึ่งแก้ว (ผสมผงน้ำผึ้งคุณภาพดี 1 ช้อนโต๊ะ กับน้ำอุ่น) น้ำผึ้งมีประโยชน์ต่อการขจัดเสมหะ ช่วยบำรุงปอด สร้างน้ำลาย อบอุ่นกระเพาะ ช่วยขับถ่ายได้ดี หลังพักกลางวัน ดื่มน้ำชาอ่อนๆ ชาอ่อนมีผลช่วยกระตุ้นสมอง ช่วยตื่นตัว บำรุงปอด สร้างน้ำลาย บรรเทาความกระหาย และขับ뇨ได้ ก่อนนอน ดื่มน้ำเปล่าหนึ่งแก้ว ช่วยย่อยอาหาร เสริมการไหลเวียน ช่วยเพิ่มความสามารถในการกำจัดของเสียและขับของเสีย พร้อมเสริมระบบภูมิคุ้มกัน นอกจากนี้ ควรมีน้ำเปล่าเพิ่มเติมในชีวิตประจำวัน ดื่มน้ำให้เพียงพอเป็นมาตรการพื้นฐานในการป้องกันโรคบางชนิด
|