ส่วนการรับประทานอาหาร 1. ผู้ป่วยโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรังมีระยะเวลาการรักษาที่ยาวนาน ระบบทางเดินอาหารอ่อนแอ ภูมิคุ้มกันลดลง ควรเพิ่มปริมาณโปรตีน แคลอรี และวิตามินในอาหาร เช่น เนื้อสัตว์ติดมัน ไข่ นม ผักสด ผลไม้ ฯลฯ เพื่อส่งเสริมการซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสียหาย และเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย; ควรกินอาหารที่ช่วยเสริมพลังงานม้าม บำรุงพลังงาน รสจืด ขับน้ำออก เช่น ถั่วเหลือง ฟักทอง หัวไชโป๊ บุก ลูกพลับ เป็นต้น อาหารบางชนิดมีผลดีต่อโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง เช่น ผลไม้กั้น (กั้น) ช่วยขจัดเสมหะ บรรเทาอาการหายใจไม่ออก ลูกพลับช่วยชุ่มคอ บรรเทาอาการไอ ฟักทองช่วยบรรเทาอาการไอ ขจัดเสมหะ ขนมจีนช่วยเคลื่อนลม ขจัดเสมหะ ลูกเกดช่วยบำรุงปอด ชุ่มคอ หูฉลามช่วยบำรุงปอด บรรเทาอาการไอ อาหารเหล่านี้ที่ช่วยขจัดเสมหะควรเลือกกินบ่อยๆ 2. แพทย์แผนจีนเชื่อว่า การกินอาหารไขมันสูงเป็นเวลานานจะกระทบต่อการทำงานของม้าม ทำให้สารอาหารจากอาหารกลายเป็นเสมหะสะสมในร่างกาย จึงควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง; อาหารทะเลที่มีกลิ่นคาว เช่น ปลาไหล ปลาแซลมอน หอย ปู ปลาหางยาว ควรระวังการกิน เพราะอาจทำให้อาการไอแย่ลงหรือทำให้เกิดอาการหอบหืด; ห้ามกินสิ่งที่มีแอลกอฮอล์ ยาสูบ อาหารเย็น อาหารเผ็ด และควบคุมปริมาณเกลือที่กิน; ควรกินอาหารที่ย่อยง่ายและไม่ทำให้เกิดฟองในลำไส้ เพื่อป้องกันอาการท้องผูกและลมในลำไส้ รายละเอียดอาหารเสริมสุขภาพ 3 สูตร: ซุปหัวไชโป๊และลูกพลับ หัวไชโป๊ 200 กรัม หัวไชโป๊สีส้ม 100 กรัม ลูกพลับ 50 กรัม น้ำตาลทราย 50 กรัม แป้งบุก适量 ล้างหัวไชโป๊ หัวไชโป๊สีส้ม หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ล้างลูกพลับ ปลดเปลือก ทิ้งหัวใจ ต้มจนนิ่ม นำน้ำต้มเดือด ใส่หัวไชโป๊ หัวไชโป๊สีส้ม ต้มจนสุก ใส่ลูกพลับ ต้มเดือดสักครู่ ใส่น้ำตาลทราย ต้มอีก 3-5 นาที จนสุกทั้งหมด ใช้แป้งบุกทำให้ข้น จึงนำไปใส่ภาชนะรับประทานได้ ซุปตับหมูข้าวกล้อง ตับหมู 500 กรัม ข้าวกล้อง 100 กรัม ว่านหางจระเข้ 50 กรัม น้ำมันเหล้า ต้นหอม ขิง เกลือ ซอสถั่วเหลือง ปรุงรสตามชอบ ล้างตับหมู ใส่น้ำ ใส่เหล้า ต้มจนสุก 70% แล้วนำออกมาหั่นเป็นชิ้น ใส่ข้าวกล้อง ว่านหางจระเข้ ต้นหอม ขิง เกลือ ซอสถั่วเหลือง ต้มด้วยไฟแรงจนเดือด แล้วเปลี่ยนเป็นไฟอ่อน ต้มจนข้าวสุกนิ่ม จึงเสร็จสิ้น แป้งสี่เมล็ด เมล็ดกั้น 3 กรัม เมล็ด杏หวาน 3 กรัม เมล็ดถั่วอัลมอนด์ 6 กรัม เมล็ดถั่วเหลือง 6 กรัม บดให้เป็นผงผสมกัน ต้มน้ำเล็กน้อย รับประทานตอนเช้า ส่วนการออกกำลังกาย การออกกำลังกายเฉพาะจุดไม่เพียงช่วยป้องกันและบำบัดโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรังเท่านั้น แต่ยังช่วยส่งเสริมการไหลเวียนของเลือด ปรับปรุงการเผาผลาญและการไหลเวียนของเลือดเล็กๆ ช่วยเพิ่มพลังงานของปอด ด้านล่างนี้จะนำเสนอวิธีการที่ง่าย สะดวก และมีประสิทธิภาพ: 1. การหายใจ: (1) หายใจเข้า พร้อมกับแขนทั้งสองข้างค่อยๆ ขยาย ยกขึ้น ทำมุม钝กับร่างกาย (2) หายใจออก แขนทั้งสองข้างลดลง หายใจเข้าด้วยจมูก หายใจออกด้วยปาก ขณะหายใจออก ปากหุบ ทำเหมือนเป่าเป่า ทำให้เกิดแรงต้าน เพื่อให้หายใจเข้าลึก หายใจออกช้า 2. การยืดขยายหน้าอก: ยกแขนทั้งสองข้าง โค้งข้อศอกครึ่งหนึ่ง กำมือ ฝ่ามือหันลง ยืดหน้าอก พร้อมกับใช้แรงดันแขนทั้งสองข้างไปด้านหลัง 3. การหายใจแบบท้อง: ยืน (หรือสามารถนั่งหรือนอน) วางมือหนึ่งไว้ที่หน้าอก อีกมือหนึ่งไว้ที่ท้อง หายใจแบบท้อง หายใจเข้าให้ยื่นท้องให้มากที่สุด หน้าอกไม่เคลื่อนไหว หายใจออกให้ท้องยุบ หายใจออกให้หมด ควรหายใจตามจังหวะ ช่วงเวลาหายใจเข้าและหายใจออกเป็น 1:2 หรือ 1:3 วันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 10-20 นาที 4. การนวดจุดเส้นลมปราณ:(1) ใช้ฝ่ามือใหญ่ที่อุ่น นวดจากจุดอินตัง ไปตามด้านข้างจมูก ลงมาที่จุดยิงเซียง ที่ด้านข้างจมูก ควรใช้แรงพอประมาณ ให้รู้สึกอุ่นที่ด้านข้างจมูก หายใจโล่ง รู้สึกสบาย(2) ใช้นิ้วชี้ทั้งสองข้างกดจุดยิงเซียง (อยู่ที่ด้านข้างจมูก) หมุนไปมา 15-20 ครั้ง ควรรู้สึกเจ็บแน่นที่จุด ต้องกดตรงจุดให้ถูกต้อง 5. การใช้การเผาไหม้ด้วยหญ้าอัลมิส: ใช้ก้านหญ้าอัลมิสที่จุดไฟ ใช้เผาไหม้จุดที่มีคุณสมบัติเสริมสร้างร่างกาย แก้ปัญหาปอด ปรับสมดุลพลังงานของร่างกาย กลุ่มที่ 1: จุดเฟิ่งชู (อยู่ที่ด้านข้างขอบกระดูกสันหลังทรวงอกที่ 3 ห่างจากกลางกระดูกสันหลัง 1.5 ซม.) จุดฉี่ไห (อยู่ที่เส้นกลางหน้าอก ใต้สะดือ 1.5 ซม.) จุดจูซานลี่ (อยู่ที่ด้านล่างหัวเข่า 3 ซม. ด้านนอกกระดูกขาหนีบ ประมาณ 1 นิ้ว) กลุ่มที่ 2: จุดต้าชุย (อยู่ที่ปลายกระดูกสันหลังคอที่ 7) จุดเกี่ยวชู (อยู่ที่ด้านข้างกระดูกสันหลังทรวงอกที่ 7 ห่างจากกลางกระดูกสันหลัง 1.5 ซม.) จุดกวนหยวน (อยู่ที่เส้นกลางหน้าอก ใต้สะดือ 3 ซม.) ใช้สลับกันทั้งสองกลุ่ม ครั้งละ 20-30 นาที 30 ครั้งเป็นหนึ่งรอบ หยุด 3-5 วัน แล้วสามารถทำรอบต่อไปได้
|